สายตาคนรอบข้าง เจ้าหน้าที่สนามบินรวมถึงผู้คนที่มีจิตใจดีต่างอยากเข้ามาช่วยเย่หนานเทียน แต่โดนเย่หนานเทียนปฏิเสธหมด
“ในที่สุดนายก็มา ไม่คิดว่านายจะมีเสน่ห์ขนาดนี้ ต่อให้เป็นแพนด้าก็ไม่ถึงขนาดนี้เลยนะ ฮะฮะฮะ!”
อู่จื่อโจวหัวเราะร่า กระเซ้าก่อนหนึ่งประโยค และพูดต่อว่า “เฉินเฟิงศิษย์น้องนายเมื่อวานพึ่งเข้าฌาน จนถึงตอนนี้ยังไม่ออกมาเลย นายจะไปดูหน่อยไหม”
เย่หนานเทียนกลอกสายตาไปมา ครุ่นคิดครู่หนึ่งถึงพูดว่า: “ไม่ต้องหรอก ให้เขาเข้าฌานฝึกยุทธไปแหละ และขอร้องให้พวกอาวุโสอู่ไม่ต้องรบกวนเขาด้วย และอย่าให้เขารู้ว่าผมมา”
“อืม ได้!”
อู่จื่อโจวพยักหน้า ไม่คัดค้านอะไร จากนั้นก็เดินมาข้างเย่หนานเทียนช่วยเอาเป้เขามาแบกเอง
“เป้อันนี้ทำไมมันดูคุ้นๆ ของสหพันธ์บูโดใช่ไหม?”
อู่จื่อโจวคิดๆดู ก่อนจะถามสิ่งที่สงสัยออกมา
“อืม ใช่!”
เย่หนานเทียนตอบรับยิ้มๆ
“ถ้านายมาเร็วกว่านี้ก็ดีนะ แบบนั้นนายจะได้เห็นชัยชนะของเฉินเฟิงที่ซัดพวกเย่อหยิ่งไปหลายนัด แถมยังกลายเป็นคนที่ภูมิใจที่สุดบนสนามแข่งอันสว่างไสวนั่นด้วย!”
อู่จื่อโจวสะพายเป้ให้ตัวเอง และเข็นรถเข็นเย่หนานเทียน พร้อมทั้งอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ให้เขาฟังด้วย
ทั้งคู่ออกไปจากสนามบิน อู่จื่อโจวอุ้มเย่หนานเทียนขึ้นรถ จากนั้นเก็บรถเช็นเข้าท้ายรถ
“เมื่อก่อนเฉินเฟิงเป็นความภูมิใจของผม ตอนนี้ก็ด้วย และเป็นมาโดยตลอด!”
สายตาเย่หนานเทียนจับจ้องมองไปที่แสนไกล ไม