นานแล้ว วิลเลียมเก็บรายละเอียดการแข่งขันเอาไว้ทั้งหมด
เติ้งนีเองก็จับจ้องการแข่งเหมือนกัน ตั้งแต่เริ่มแข่งจนสิ้นสุด เขาเห็นได้อย่างชัดเจน เขาแอบพยักหน้า และเห็นชัดถึงการกระทำของเฉินเฟิงตั้งแต่ต้น ในขณะเดียวกันก็คิดอยากประลองฝีมือกับเฉินเฟิงดูสักยก
“ไม่พูดอะไรละกัน เฉินเฟิง ขอบคุณมาก!”
พอจั่วจู้ศิษย์อาจารย์จากไป เทียนอิงเข้ามาหาเฉินเฟิง และยกมือขึ้นคารวะพลางว่า
“พูดอะไรอย่างนั้น เป็นพี่น้องกันไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก!” เฉินเฟิงแกล้งโมโหใส่
“เสี่ยวเฟิง การกระทำของนายในวันนี้ เชื่อว่าศิษย์พี่นายรู้เข้า ต้องดีใจมากแน่ นายเป็นความภูมิใจของเขา และเป็นความภูมิใจของวงการศิลปะการต่อสู้จีน เป็นความภูมิใจของจีนด้วย!”
อู่จื่อโจวที่ยืนอยู่ข้างๆทนไม่ไหวชมเชยขึ้นมา เขาพอใจกับการประลองเมื่อกี้ของเฉินเฟิงมาก พูดได้เลยว่าเฉินเฟิงปกป้องศักดิ์ศรีของจอมยุทธ์จีนเอาไว้ และยิ่งแสดงให้เห็นถึงความภูมิใจในฐานะจอมยุทธ์จีนออกมาด้วย
“ฮะฮะฮะ พูดได้ถูกต้องเลย!”
พวกชางโป๋ ฟางเจิ้งและจีอู๋ฉางพากันพยักหน้ารัวๆ แสดงความเห็นด้วยกับคำพูดของอู่จื่อโจว
“ท่านอู่ชมมากไปแล้วครับ เฉินเฟิงไม่กล้ารับไว้หรอก!”
เฉินเฟิงส่ายหน้ารัวๆ กล่าวอย่างถ่อมตน
พวกอู่จื่อโจวรู้นิสัยเฉินเฟิงดี เลยไม่ได้พูดอะไรอีก เดินจากไปพร้อมกับเฉินเฟิงด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
“ทิฟฟานี่ มองอะไรอยู่น่ะ?”
พอพวกเฉินเฟิงออกไปจากสนามแข่ง พระสันตะปาปาโจ้ส์ที่นั่งอยู่