้ถูกเฉินเฟิงตบหน้าครั้งหนึ่ง ตอนนี้เขาไม่มีพลังภายในเหลือแล้ว ไม่อย่างนั้นสามารถอาศัยพลังภายในปกป้องเพื่อลดการบาดเจ็บได้
จั่วจู้โอดครวญครั้งหนึ่ง กระดูกใบหน้าด้านซ้ายแตกออก ใบหน้าครึ่งหนึ่งยุบลงไป เลือดไหลเนื้อเละดูน่าสังเวชเป็นอย่างมาก
เห็นท่าทีน่าสังเวชของจั่วจู้ นี่ยังดีที่เฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงไม่ได้ใช้พลังภายใน ไม่อย่างนั้นล่ะก็จั่วจู้คงไม่ใช่แค่หน้ายุบทว่าอาจถึงขั้นตายเลยก็ว่าได้
“เกิด……เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้ชมในสนามทำหน้างงกันหมด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อสักครู่เฉินเฟิงเคลื่อนไหวเร็วมาก เห็นร่างแค่แวบเดียวจั่วจู้ก็ลงไปกองกับพื้นพร้อมกับใบหน้าซ้ายที่ยุบลงไป
ผู้ชมบางส่วนเห็นการแข่งขันของจอมยุทธ์มามากมาย ทว่าภาพเหตุการณ์แบบนี้เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เฉินเฟิงตบจั่วจู้เหมือนการตบเพื่อสั่งสอนลูกชายที่ไม่เชื่อฟัง ตบทีเดียวทำเอาจั่วจู้ลงไปกองกับพื้น
“ไอ้หยา……”
จั่วจู้คือใคร เขาคืออัจฉริยะของวงการศิลปะการต่อสู้ที่หาตัวจับยากของญี่ปุ่น เขาฉายแววด้านนี้ตั้งแต่เด็ก ตอนหลังกงปุ่นเหย่อู่เห็นแววของเขาจึงถ่ายทอดวิชาศิลปะการต่อสู้ให้กับเขา และได้กลายเป็นศิษย์คนแรกของอันดับหนึ่งด้านศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้เขาคิดว่าตัวเองอยู่สูงกว่าคนอื่น เป็นผู้แข็งแกร่งในรุ่นเยาวชน ทว่าคิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้รับความอัปยศอย่างใหญ่หลวงเช่นนี้ โดยเฉพาะความอัปยศต่อหน้าคนมากมายแบ