ว่าฝ่าบาทและธิดาเทพชอบมันที่ตรงไหน ความสามารถแค่นี้ใช้แค่ท่าเดียวก็ฆ่ามันได้แล้ว!”
อาเธอร์ที่ยืนดูอยู่ในกลุ่มผู้ชมเผยยิ้มเยือกเย็น เขาพึมพำกับตัวเองคำพูดของเขาอาจจะเกินจริงไปบ้าง ทว่าเขาก็คิดว่าเฉินเฟิงต้องตายแน่อย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนวิลเลียมที่อยู่ด้านข้างไม่ได้พูดอะไร ทว่าส่ายหน้าไปมา เห็นได้ว่าไม่พึงพอใจกับความสามารถของเฉินเฟิง อีกทั้งเสียดายที่ไม่ได้ฆ่าอีกฝ่ายด้วยตัวเอง
“ไอ้บ้าเอ๊ย ทำไมไอ้ญี่ปุ่นนี่โรคจิตขนาดนี้!” จียุ่นที่ดูอยู่เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้และอดที่จะด่าไม่ได้ เดิมทีเขาคิดว่าเฉินเฟิงจะข่มคู่ต่อสู้เหมือนอย่างที่ผ่านมา ทว่าคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟิงจะตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บอีก
“ฉันเชื่อว่าเฉินเฟิงจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้!” และในตอนนั้นเองเทียนอิงก็เอ่ยปากขึ้น ที่เขามีความเชื่อแบบนี้ก็เพราะว่าเขาเห็นท่าทีและสีหน้าที่สงบนิ่งของเฉินเฟิง
เฉินเฟิงยืนอยู่บนเวทีด้วยสีหน้าสงบนิ่งพลางใช้ลมปราณในร่างกายฟื้นฟูบาดแผลบนแขนอยู่เงียบๆ ไม่นานแขนของเราก็กลับมามีความรู้สึกเหมือนเดิม พลังการต่อสู้ก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
“ไอ้สวะ แกตื่นได้แล้ว ต่อจากนี้แกจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว!”
จั่วจู้คำราม พลังของเขาพุ่งสูงจนถึงขีดสุดในพริบตาจนให้ความรู้สึกแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ตอนนี้พลังของจั่วจู้เข้าใกล้ขั้นหั้วจิ้งชั้นสุดแล้ว
เรียกได้ว่าหากจั่วจู้อาศัยความสามารถของตัวเองจนมาถึงขั้น