นี้ได้ เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นหั้วจิ้งชั้นสุดคนแรกเลยก็ว่าได้
เห็นร่างของจั่วจู้เคลื่อนไหวแวบหนึ่งก่อนจะหายไปในเสี้ยววินาที เรียกได้ว่าเร็วกว่ากระพริบตาเสียอีก ร่างของเขาพุ่งไปทางที่เฉินเฟิงอยู่
จั่วจู้รู้ดีว่าการใช้ยาพันธุกรรมในการเพิ่มพลังการต่อสู้นั้นมีเวลาที่จำกัด ดังนั้นเขาจึงไม่อยากเสียเวลา แค่ลงมือก็ใช้ท่าไม้ตายเลย
ชั่วพริบตาร่างของจั่วจู้ก็ปรากฏอยู่ข้างกายเฉินเฟิง เมื่อมาถึงก็ตวัดดาบใช้ผ่าคลื่นลมอย่างไม่รีรอ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่เสียแรงที่จั่วจู้เป็นถึงอัจฉริยะที่หาตัวจับยากของประเทศญี่ปุ่น เขาแข็งแกร่งกว่าอัจฉริยะด้านการต่อสู้อย่างหลิ่วชวนเหยิ่นอยู่มาก ไม่เพียงแต่ความสามารถที่แข็งแกร่งของจั่วจู้ อีกทั้งยังรอบคอบ มีประสบการณ์การในการวิเคราะห์สถานการณ์การต่อสู้ เขารู้ว่าท่าไม้ตายแบ่งคลื่นจะลดทอนพลังในร่างกายมาก หากไม่ถึงช่วงเวลาสำคัญจริงๆเขาจะไม่ใช้เด็ดขาด
เพราะก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเฉินเฟิงไม่สามารถตั้งรับท่าไม้ตายแบ่งคลื่นได้ ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าเฉินเฟิงจะตั้งรับได้ อีกทั้งยังบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ดังนั้นหากเขาไม่มั่นใจจริงๆเขาจะไม่ใช้ท่าไม้ตายนี้
หลังจากพลังของจั่วจู้พุ่งทะยานขึ้น เมื่อใช้ผ่าคลื่นลมเปรียบเทียบกับอานุภาพของท่าไม้ตายแบ่งคลื่น จะเห็นได้ว่าหลังจากพลังการต่อสู้สูงขึ้นนั้นเขาน่ากลัวขนาดไหน
มีเสียงตะโกนจากทางผู้ชมดังขึ้นเป็นระยะ ถึงแม้พวกเขาจะไม่เข้าใจทักษะของศิลปะการ