ต่อสู้ ทว่าพลังของจั่วจู้ที่แผ่ซ่านออกมาในตอนนี้ถึงจะมองไม่เห็นพวกเขาก็ใช้ร่างกายสัมผัสได้
วิลเลียมหรี่ตา แววตาปรากฏความชอบใจ เห็นได้ว่าพลังการต่อสู้ของจั่วจู้ที่แสดงออกมานั้นแม้แต่เขายังประหลาดใจ
เมื่อเผชิญกับดาบที่รุนแรงราวกับสายฟ้าของจั่วจู้ เฉินเฟิงไม่ได้ฝืนรับเหมือนก่อนหน้านี้ ทว่าเขาเลือกที่จะหลบการโจมตีของจั่วจู้อย่างคล่องแคล่ว
“ไอ้สวะ ฉันจะคอยดูว่าแกจะหลบได้สักกี่ครั้ง!”
ระหว่างที่แสยะยิ้มก็เริ่มการโจมตี ทุกครั้งที่ตวัดดาบจะมีพลังอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมา เฉินเฟิงจึงเลือกที่จะหลบส่วนจั่วจู้ก็ไล่ตามเฉินเฟิงไม่ปล่อย
เฉินเฟิงยังไม่ยอมลงมือทว่าใช้ทักษะหลบหลีกไปเรื่อยๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าประสบการณ์ในการต่อสู้ของเฉินเฟิงนั้นแตะขั้นสูงสุดแล้ว ทุกครั้งที่จั่วจู้ลงมือเขาก็มักจะคาดเดาได้เสมอจากนั้นก็ค่อยขยับหลบ
คนหนึ่งไปคนหนึ่งมา คนหนึ่งโจมตี อีกคนหลบหลีก เป็นแบบนี้อยู่สิบกว่ารอบ ทว่าจั่วจู้ก็ยังโจมตีไม่โดนเฉินเฟิง แม้แต่ปลายผมของเฉินเฟิงเขาก็แตะไม่โดน
“ไอ้สวะ ไอ้ขยะ แกกล้ามาสู้กับฉันตัวต่อตัวหรือเปล่า?” เมื่อโจมตีไม่โดนเฉินเฟิงสักที จั่วจู้ก็เริ่มมีน้ำโห
“ฮึ ในรุ่นเดียวกัน ฆ่าแกนั่นง่ายเหมือนฆ่ามดตัวหนึ่ง!”
เฉินเฟิงยังคงหลบหลีกไม่หยุด การต่อสู้ไม่ใช่การพุ่งชนอย่างเดียวแต่ต้องอาศัยทักษะ หากระดับขั้นไม่ต่างกันมากเช่นนั้นล่ะก็ทักษะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตอนนี้เฉินเฟิงจะใช้คำพูดในการยั่วโมโหจั่