ญ่นี้แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากทั้งเคล็ดแปรร่างถอดซากใต้เงาจันทราและเคล็ดไหมสวรรค์เห็นตนตัดภวังค์เพราะมิใช่เพื่อเพิ่มโอกาสฝ่าทะลุสู่ขั้นวางรากฐาน หากแต่เน้นใช้ในการต่อสู้ด้วยวิชาเวทโดยตรง
“หากต้องการฝึกสำเร็จ ต้องสร้างอาวุธหนึ่งชิ้น ส่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงสุด ผ่านเมฆฟ้ามรรคศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามสิบหกชั้น ใช้อาวุธนั้นเก็บรวบรวมพลังอสูรนับอนันต์จากนอกฟ้า สะสมวันแล้ววันเล่า จนกลั่นออกมาเป็นแสงพิฆาตหนึ่งสาย เมื่อถึงคราใช้งานก็เรียกมันตกลงจากสวรรค์ สิ่งใดที่แสงพิฆาตผ่าน ล้วนสิ้นชีวิตทั้งคนทั้งสัตว์!”
“และยิ่งสะสมพลังไว้นานเท่าใด อานุภาพก็ยิ่งร้ายแรงเท่านั้น!”
“แต่เพียงแค่ส่งอาวุธให้ขึ้นไปถึงเมฆมรรคศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามสิบหกชั้น สำหรับผู้บำเพ็ญขั้นรวมลมปราณแล้วแทบเป็นไปไม่ได้ ความยากยิ่งเกินพรรณนา”
แน่นอน สำหรับลวี่หยาง นั่นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
“ให้ซู่หนี่ว์ลำบากอีกหน่อยก็แล้วกัน”
ลวี่หยางเรียกซู่หนี่ว์ออกมา มอบแก่นกระบี่เสวี่ยหยางให้นางถือไว้ แล้วให้บินขึ้นไปสู่ชั้นเมฆทั้งสามสิบหก เพื่อช่วยเขาฝึกมหาวิชาเทพสายนี้แทน
“เมื่อมีมหาวิชาเทพนี้ไว้ ข้าก็จะมีไพ่ตายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งใบในยามต่อสู้ด้วยวิชาเวท”
“หากต่อจากนี้เตรียมทุกสิ่งให้พร้อมดี ข้ามีโอกาสฝ่าทะลุสู่ขั้นวางรากฐานสำเร็จถึงเก้าส่วน ที่เหลืออีกหนึ่งส่วนก็ใช้ศึกธรรมะ-มารเติมเต็มให้ครบก็แล้วกัน”
วางรากฐานสมบูรณ์แบบ!
เดิมทีลวี่หยางมิได้คิดจะ