คนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ ยิ่งกับพวกพ้องยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดังนั้นเพื่อที่จะได้ดวลกับเฉินเฟิงและไม่ให้เฉินเฟิงยอมแพ้ เขาจึงลากเทียนอิงเข้ามาเกี่ยวเพื่อที่เฉินเฟิงจะได้ไม่ปฏิเสธการแข่งขัน
และในตอนนี้เฉินเฟิงมาแล้ว เช่นนั้นพวกเขาสองคนก็จะได้เข้าสู่สงครามแห่งความเป็นความตาย นี่คือความคิดของจั่วจู้
“จั่วจู้อย่าประมาทเด็ดขาด ถึงแม้แกจะมีท่าไม้ตายแบ่งคลื่นที่สามารถฆ่าเฉินเฟิงได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ไอ้เด็กนั่นมีประสบการณ์การต่อสู้อย่างมาอย่างมากมาย อย่าประมาทเด็ดขาด!”
เพื่อความปลอดภัย กงปุ่นเหย่อู่จึงอดที่จะเอ่ยเตือนสติจั่วจู้ไม่ได้
“อาจารย์วางใจได้ ฆ่ามันไม่ใช่เรื่องยาก!” ถึงแม้จั่วจู้จะเอ่ยสั้นๆทว่าความมั่นใจเต็มเปี่ยม ราวกับว่าในสายตาเขาเฉินเฟิงเป็นเพียงคนที่ตายแล้ว
กงปุ่นเหย่อู่ที่เห็นท่าทีมั่นใจของจั่วจู้ก็คิดจะเอ่ยเตือนสติอีกครั้ง ทว่าก็เกรงว่าหากใช้คำพูดผิดจะเป็นการทำลายความมั่นใจของจั่วจู้ได้ เขาจึงไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป ก่อนจะให้จั่วจู้ไปที่ห้องสำหรับรอการแข่งขัน
ในขณะเดียวกันด้านเฉินเฟิง อู่จื่อโจว ชางโป๋ ปรมาจารย์ฟางเจิ้ง จีอู๋ฉางและจียุ่นที่นั่งอยู่ในรถเอ็มพีวีก็เห็นจั่วจู้และอาจารย์ของเขาเช่นกัน จียุ่นจึงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ “เฉินเฟิง ก่อนหน้านี้ที่ไอ้ญี่ปุ่นนั่นพูดท้าทายนาย ทำไมนายถึงไม่ตอบโต้ล่ะ?”
“ที่ควรพูดเทียนอิงก็พูดไปหมดแล้ว ฉันไม่มีเวลามาพูดซ้ำอีกรอบ!” เฉินเฟิงตอบกลับด