้วยสีหน้าไร้อารมณ์
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟิง ทุกคนก็ชะงักไปก่อนจะย้อนนึกถึงคำพูดของเทียนอิงบทที่พ่ายแพ้ “บทที่สู้กับเฉินเฟิงในวันพรุ่งนี้ ฉันหวังว่าแกจะโอหังแบบตอนนี้นะ หากเฉินเฟิงแพ้นาย ฉันจะปลิดชีวิตตัวเองต่อหน้าทุกคน!”
ทุกคนต่างเงียบไม่พูดไม่จา ขณะนั้นเองด้านหลังก็มีรถเก๋งคันหนึ่งขับเข้ามาด้วยความเร็ว ชั่วพริบตารถเก๋งคันนั้นก็แซงรถเอ็มพีวีของพวกเขาไป กระทั่งไปจอดอยู่ด้านหน้ารถของพวกเขา
คนขับรถเอ็มพีวีจึงรีบเหยียบเบรกทันที เหตุการณ์นี้ทำให้จียุ่นขมวดคิ้วมุ่น
“ขับรถประสาอะไร ไม่มีตาหรือไง!” คนขับรถอดที่จะด่าออกมาไม่ได้
กระทั่งประตูรถเก๋งคันนั้นเปิดออก ก่อนที่เทียนอิงที่ยังมีผ้าพันแผลอยู่บนร่างกายจะกระโดดลงมาจากรถ
ชางโป๋จึงลงจากรถแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาก่อนเอ่ย “เทียนอิง ทำไมแกไม่นอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล มาที่นี่ทำไม!”
“วันนี้เป็นการแข่งขันของเฉินเฟิงและไอ้ญี่ปุ่นนั่น ผมจะมาดูเฉินเฟิงจัดการมันด้วยตาตัวเอง!”
น้ำเสียงของเทียนอิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตและความคาดหวัง
การที่เทียนอิงมาถึงที่นี่ เฉินเฟิงไม่ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้เทียนอิงจะเป็นคนพูดน้อยทว่าในใจลึกๆเป็นคนดื้อด้าน เขาแพ้อย่างคับข้องใจ ฉะนั้นการดวลระหว่างเฉินเฟิงและจั่วจู้จะขาดเขาไปได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตอนนี้เทียนอิงจะกระโดดขาเดียว ดูเหมือนว่าจะธรรมดาทว่ากระโดดได้ไกลและมั่นคงขนาดนี้ คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางทำได้ แม