ะเป็นการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลก เฟร์ตีตโตได้มีโอกาสเจอกับเฉินเฟิง ถือเป็นเรื่องยินดีอย่างยิ่ง ผมไม่ได้มีความอคติอะไรกับเฉินเฟิง
“ท่านเฉินเฟิง ผมค่อนข้างรู้ถึงความสามารถของคุณ ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน แต่ผมก็จะสู้อย่างเต็มที่”
เฟร์ตีตโตพูดอย่างถ่อมตนมาก
เฉินเฟิงกลับส่ายหัวพูดว่า “คุณเฟร์ตีตโตถ่อมตนไปแล้ว การแข่งขันศิลปะการต่อสู้ เป็นแค่การแลกเปลี่ยนกัน ต่างคนต่างก็ได้รับผลประโยชน์”
“ครับ ขอบคุณครับ”
เฟร์ตีตโตรู้ความหมายของเฉินเฟิง จึงทำเป็นรีบพูดขอบคุณ
กรรมการตัดสินมาถึงตรงกลางเวที แล้วก็พูดประโยคนั้นอีกครั้งว่า “กฎกติกาของการแข่งขัน พวกคุณทั้งสองคนรู้หรือยัง? จะให้พูดซ้ำอีกครั้งไหม?”
“ไม่ต้องแล้ว”
เฉินเฟิงกับเฟร์ตีตโต แทบจะพูดออกมาพร้อมกัน
“ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ผมก็จะไม่ถามอะไรอีก”
กรรมการตัดสินผิวดำพยักหน้า ก้าวถอยหลังไปหลายก้าว โบกมือข้างเดียว พูดขึ้นอย่างเสียงดังว่า “การแข่งขันเริ่มขึ้น…ณ บัดนี้”
“ล่วงเกินแล้ว”
เฟร์ตีตโตกำหมัดขึ้น แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ขยับร่างกายไปประชิดเฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว
แต่ความรวดเร็วของเฟร์ตีตโต ไม่ถือว่าเร็วมาก เทียบกับนักสู้หลายคนก่อนหน้านี้ ความรวดเร็วของเขาถือว่าช้ามาก แม้แต่ผู้ชมคนธรรมดาก็สามารถดูออก
นี่ไม่ใช่เป็นความตั้งใจของเฟร์ตีตโต เดิมความสามารถของเขาก็อ่อนอยู่แล้ว แม้แต่แดนหั้วจิ้งก็ยังไม่ถึง ที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เพ