บทที่ 101 ยังต้องเป็นเจ้าจริงๆ ศิษย์พี่จ้าว
แผนการนั้นช่างสมบูรณ์ แต่ความจริงกลับโหดร้าย
“ข้าไม่ได้เลือกระดับพลังจากชาติที่แล้ว ดังนั้นทั้งเคล็ดแปรร่างถอดซากใต้เงาจันทราและเคล็ดไหมสวรรค์เห็นตนตัดภวังค์มหาวิชาเทพสองสายนี้จึงมิได้มีความก้าวหน้าติดมาด้วย ต้องฝึกใหม่และย่อมกินเวลา”
ยังดีที่มีเทพพิทักษ์ซู่หนี่ว์อยู่ ตนเองไม่ต้องเหมือนชาติที่แล้วที่ต้องฝ่าฟันความยากลำบากนับร้อย สามารถใช้ฐานะระดับวางรากฐานเสริมพลังการฝึกฝนวิชาเทพได้โดยตรง อย่างมากเพียงไม่กี่เดือนก็จะสามารถหลอมจิตเทวะขั้นวางรากฐานและฐานะของเซียนถอดซากได้อีกครั้ง ฟื้นระดับพลังจนถึงจุดสูงสุดดังชาติที่แล้ว
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ไม่รีบร้อนที่จะดำเนินแผนการแล้ว
ท้ายสุดแล้ว นี่คือการซุกซ่อนกลอุบายอยู่ใต้ตาของเจินเหรินขั้นวางรากฐานคนหนึ่ง หากมิรอบคอบก็เสี่ยงเกินไป ดังนั้นรอให้ตนเองฟื้นคืนสภาพสูงสุดก่อนแล้วค่อยดำเนินการย่อมไม่สาย
เขาก้าวออกจากถ้ำพำนัก มาพบกับหลิวซิ่น
จากมือของหลิวซิ่นได้รับคัมภีร์เต๋าบรรพกาลครึ่งเล่ม
ครั้นส่งสายตาไปมองจนอีกฝ่ายจากไปแล้ว ลวี่หยางก็ใช้เคล็ดพรางตาหลบซ่อนเร้นกาย ดีดนิ้วคำนวณ ก่อนจะก้าวไปยังถ้ำพำนักอันเปล่าเปลี่ยวของยอดเขาปะสานฟ้า
ยามนี้ ภายในถ้ำพำนักมีเสียงคำรามดังออกมา:
“โชควาสนาของข้า! นั่นมันโชควาสนาของข้า! แต่กลับถูกคนอื่นแย่งชิงไป….ให้ข้ามีสติ? เจ้าจะให้ข้ามีสติได้อย่างไร? เจ้าจะให้ข้าเอาอะไรมาม