ีสติ!”
นั่นคือเสียงของจ้าวซวี่เหอ
จริงแท้แล้ว ครั้นตนเองปรากฏกายขึ้น การสืบทอดของพันหลงเจินเหรินก็สูญสลาย จ้าวซวี่เหอจึงพลันตกสู่ห้วงตกต่ำอีกครั้ง ยามนี้กำลังยืนสบถด่าคำหยาบอยู่
ไม่นาน ประตูถ้ำก็เปิดออก เห็นนางคู่ควงเก่าของจ้าวซวี่เหอคือเซียนหญิงชิงเหอก้าวออกมาด้วยใบหน้าเย็นชา หันกลับมาพูดประโยคหนึ่งว่า:“จ้าวซวี่เหอ เราเลิกรากันเถิด” จากนั้นก็หมุนกายก้าวย่างจากไปโดยไร้เยื่อใย ลวี่หยางยกนิ้วคำนวณพลันรู้ว่านางมุ่งหน้าไปยังถ้ำพำนักของหลิวซิ่นแล้ว…..
ภายในถ้ำก็พลันมีเสียงทุบตีข้าวของดังขึ้นอีกครั้ง
ลวี่หยางเบิกดวงตาแห่งการหยั่งรู้มองเห็นจ้าวซวี่เหอกำลังระบายโทสะอยู่ภายในก็เผยรอยยิ้มแผ่วเบา:“ศิษย์พี่จ้าว ยังต้องเป็นเจ้าเท่านั้นจริงๆ!”
ชาติใหม่นี้ ศัตรูใหญ่ที่สุดของเขาย่อมคืออรหันต์ฝูหลงโดยไม่ต้องสงสัย
เพราะตนมิได้คิดจะสลายระดับพลังแล้วฝึกใหม่ สุดท้ายแล้วเคล็ดวิชาปราณแท้ชั้นสามนั้นหาใช่ของทั่วไปไม่ นอกจากคัมภีร์เก้าแปรมังกรแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นเคล็ดวิชาบำเพ็ญของนิกายศักดิ์สิทธิ์
แต่เคล็ดวิชาบำเพ็ญของนิกายศักดิ์สิทธิ์…กลับดูยิ่งไม่มั่นคงนัก
อย่างน้อยคัมภีร์เก้าแปรมังกรเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามีข้อบกพร่องตรงไหน แต่เคล็ดวิชาปราณแท้ชั้นสามของนิกายศักดิ์สิทธิ์สำหรับเขายังเป็นดั่งหมอกควัน เห็นเลือนรางไม่ชัดเจน
ดังนั้นไม่สู้หันมาคิดหาหนทางกับคัมภีร์เก้าแปรมังกรเสียจะดีกว่า
“แม้เคล็ดวิชาจะมีข้อบกพร่อ