งจริง แต่ข้อบกพร่องนี้น่าจะมีผลเฉพาะกับผู้บำเพ็ญรวมลมปราณเท่านั้น หาไม่แล้วเหตุใดอรหันต์ฝูหลงจึงต้องมาขัดขวางยามข้าจะฝ่าทะลวงสู่ขั้นวางรากฐาน?”
“หากเขารอให้ข้าวางรากฐานแล้วค่อยมาสังหาร ไม่ใช่ว่าจะได้ผลประโยชน์มากกว่าหรือ?”
“แต่เขากลับมิได้ทำเช่นนั้น…..ความเป็นไปได้เดียวก็คือ หากข้าสำเร็จวางรากฐานได้จริง ก็สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมของเขา ดังนั้นเขาจึงต้องรีบขัดขวางล่วงหน้า!”
กล่าวอีกอย่าง เพียงตนเองสามารถฝ่าฝืนขัดขวางนั้นแล้วบรรลุวางรากฐานได้ ก็จักทำลายพันธนาการลงได้!
แต่ถึงอย่างไร ลวี่หยางก็รู้จักตนเองดี อรหันต์ฝูหลงได้หลอมหนึ่งเส้นฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว ขอบเขตขั้นวางรากฐานช่วงกลาง มิใช่สิ่งที่ตนจะต้านทานได้
อย่างน้อยก็ไม่ใช่เขาที่มิได้วางรากฐานสำเร็จจะต้านทานได้
ดังนั้นย่อมมิอาจปะทะตรงไปตรงมา จำต้องใช้เล่ห์กล
“แม้ว่าชาติใหม่นี้ ข้าวางแผนจะแย่งชิงฐานะศิษย์สายตรงของนิกายศักดิ์สิทธิ์เพื่อคุ้มครองตน แต่ก็ไม่อาจฝากความหวังทั้งหมดไว้กับนิกายศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว”
ท้ายที่สุด….นั่นคือนิกายศักดิ์สิทธิ์นะ
ยิ่งไปกว่านั้น กระต่ายเจ้าเล่ห์ยังมีโพรงถึงสาม แล้วมนุษย์เล่า จะไม่มีทางถอยสำรองบ้างหรือ
ดังนั้นลวี่หยางจำต้องเตรียมแผนรอง แผนซ้อน อีกหลายชั้น เพื่อรับประกันว่าหากถึงคราวอรหันต์ฝูหลงยังคงตามมาถึงตัว เขาก็ยังมีวิธีตอบสนองได้
และจ้าวซวี่เหอ ก็คือหนึ่งในแผนสำรองที่ลวี่หยางเลือกไว้แล้ว
วินา