ระสันตะปาปาแห่งวาติกันและยังมีผู้อาวุโสระดับโลกอีกหลายท่านที่นั่งอยู่บนเวทีเพื่อรอชมการแข่งขันอย่างตั้งใจ
จากนั้นผู้เข้าแข่งขัน หัวหน้าทีมและพนักงานของแต่ละประเทศล้วนออกจากสนามแล้วมุ่งไปยังที่นั่งสำหรับผู้ชมหรือไม่ก็ไปยังคริสตจักรกวงหมิงเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน
ตามกติกาที่ตั้งขึ้นมา สามวันแรกจะเป็นการแข่งขันของกลุ่มเล็ก ทุกกลุ่มเล็กจะต้องแข่งสองรอบต่อวันจากนั้นผู้ชนะก็จะเข้ารอบต่อไปเพื่อแข่งต่อ
ทางด้านประเทศหวา เฉินเฟิงคือหนึ่งในสิบหกผู้แข็งแกร่ง
เทียนอิงอยู่กลุ่มที่สิบสอง คู่แข่งของเขาคือปาข่าเกอ ราชาแห่งรุ่นเยาวชนจากอียิปต์
ศีลสามอยู่กลุ่มที่สิบห้า คู่แข่งของเขาคือหงอี้ทายาทสายตรงของหงเทียนป้า
ส่วนจียุ่นอยู่กลุ่มที่ห้า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกๆที่จะได้แข่ง คู่แข่งของเขาคือเติ้งนีทายาทพระพุทธศาสนาจากอินเดีย
อีกทั้งในรอบแรกเป็นการแข่งขันระหว่างเขาและเติ้งนี เรียกได้ว่าเป็นสีสันของการเปิดการแข่งขันในครั้งนี้เลยก็ว่าได้
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เราจะไปคริสตจักรหรือไปตรงที่นั่งสำหรับผู้ชม?”
เฉินเฟิง เทียนอิง จียุ่นและศีลสามเดินอยู่ด้วยกัน และศีลสามคือคนที่เอ่ยถามขึ้นมา
“อยู่ดูการแข่งขันดีกว่า การแข่งขันอาจทำให้เราได้ประสบการณ์มากขึ้น ศึกษาผู้แข็งแกร่งจากประเทศอื่นจะเป็นประโยชน์กับพวกเรามาก!”
เทียนอิงไม่เคยคิดว่าจะแข่งอะไรกับเฉินเฟิง ทว่าเขาก็ไม่พอใจที่จะเป็นคนธรรมดาทั่วไป การแข่งขันศิลป