รส่วนตัว
พอได้ยินคนรอบข้างวิจารณ์ ข่ายซ่าก็หันไปมอง เฉินเฟิงเดินตามไปจริงๆ
“ดี ไม่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถมากแค่ไหนจริงๆ ในที่นี่ยังมีวีรบุรุษผุดขึ้นมา แต่ว่าไม่เป็นไร ผมจะให้เขากลายเป็นหมีควายเอง! ”
ข่ายซ่าพูดด้วยน้ำเสียงที่ถึงจะเบา ทว่าแขกรอบข้างต่างก็ได้ยิน ต่างก็หัวเราะไม่หยุด พวกเขาทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะประจบประแจงผู้สืบทอดครอบครัวโรโปรี
เฉินเฟิงเห็นฝ่ายตรงข้าม ทว่าสีหน้ากลับไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา เซียวเอินที่อยู่ข้างๆ เขาก็เห็นฉากๆ นี้ ภายในใจจึงก่นด่าว่าไอ้หน้าโง่
“ข่ายซ่า นายเป็นตระกูลที่โง่เขลาจริงๆ ขอให้ฉันได้เจอองค์หญิงก่อนเถอะ ไม่งั้นไอ้สารเลวอย่างนายก็คงต้องเจออันตรายแน่นอน! ”
เซียวเอินคิดถึงแบบนี้ ก็รีบสาวเท้าเดินไปข้างหน้า
ราชวังที่เก่าแก่หลังนี้ เคล้าด้วยบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ ในบรรยากาศที่พิเศษแบบนี้ ก็ยังถูกตกแต่งจนกลายเป็นงานเลี้ยงตอนกลางคืน
มีโต๊ะยาวเป็นตัวๆ ถูกคลุมด้วยผ้าคลุมสีขาว ผลไม้แต่ละประเทศต่างก็วางอยู่ข้างบน อีกอย่างยังมีไวน์แดงที่ราคาไม่ธรรมดาวางอยู่เป็นขวดๆ
แขกที่อยู่ในงาน อาจจะมีสามคน ห้าคนต่างก็อยู่ด้วยกันแล้วในมือก็จับไวน์แดงไว้ ต่างก็พูดคุยเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน บรรยากาศในงานต่างคลุกเคล้ากันอย่างดี การรวมตัวกันแบบนี้เป็นการสนทนากันของสังคมชั้นสูง
และมีพนักงานแต่ละคนต่างก็ถือจานไว้ และเดินผ่านกลุ่มคน เพื่อที่จะบริการให้พวกเขาอย่างดีที่สุด
ในสถานการ