้าสู่หั้วจิ้งชั้นกลาง!”
พระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดสาดส่อง เฉินเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหญ้าเหมือนปกติ เงยหน้าเข้าหาพระอาทิตย์ฝึกกำหนดลมหายใจ จากนั้นไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้น เหมือนมีความคิดบางอย่าง คว้าอะไรบางอย่างได้
นึกถึงตอนนั้น ตอนที่เขาอยู่ในระดับอ้านจิ้งชั้นสูงสุดบรรลุมาระดับหั้วจิ้ง เพราะในใจมีปม ทำให้ไม่สามารถมุ่งมั่นกับศิลปะการต่อสู้ แดนหยุดลงสองปี บางทีนี่อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาไม่สามารถก้าวเข้าสู่หั้วจิ้งชั้นกลาง
“กริ๊งๆๆ!”
เสียงโทรศัพท์ของเฉินเฟิงดังขึ้นทำลายความคิดของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดูพักหนึ่ง ศีลสามเป็นคนโทรมา
วันนั้นศีลสามถูกปรมาจารย์ฟางเจิ้งลากกลับไป จากนั้นก็ติดตามปรมาจารย์ฟางเจิ้งออกไปจากยันเจียง ก่อนจะไปเขาขอเบอร์เฉินเฟิง
“น้องใหญ่ ตอนนี้นายอยู่ไหน ยังอยู่ที่ยันเจียงหรอ?” ปลายสายมีเสียงของศีลสามดังขึ้น
“ฉันยังอยู่ที่ยันเจียง!”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เฉินเฟิงได้ยินเสียงของศีลสาม ก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงประตูไนท์คลับ รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ปรมาจารย์อู่บอกแล้ว คนที่ถูกคัดเลือกของประเทศหวาในครั้งนี้อยู่ที่ยันเจียงหลายคน นายรอฉันอยู่ที่นั่น ฉันไปหาเดี๋ยวนี้!”
ศีลสามยังไม่ทันพูดจบ ก็มีเสียงร้องดังขึ้น
“เพี๊ยะ!”
เฉินเฟิงชะงัก เสียงนี้คุ้นมาก ต้องเป็นเสียงที่ปรมาจารย์ฟางเจิ้งใช้มือ “ลูบจับ” หัวล้านของศีลสามอย่างแน่นอน
“ใช่เฉินเฟิงรึ