วกัน สรรพสัตว์ล้วนสามารถบรรลุเป็นพุทธะได้ “ข้า” คือพุทธะ ดังนั้นสรรพสัตว์ล้วนสามารถกลายเป็น “ข้า” ได้ ผู้ที่สามารถเข้าใจในหลักการนี้ได้ก็คือผู้ที่ได้บรรลุถึงการตรัสรู้สูงสุดแล้ว
และในคัมภีร์รากฐานแห่งการตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณมหายานนั้น มีคาถาใหญ่สี่สิบแปดบท ว่ากันว่าสืบทอดจากพระศาสดาเมื่อครั้งบรรลุมรรคผล แต่ละคาถาล้วนเร้นแฝงความอัศจรรย์ไม่มีสิ้น สามารถแตกแขนงออกเป็นวิชาเทพนับไม่ถ้วน และคาถาใหญ่หนึ่งบทที่สมบูรณ์ ก็ทรงอานุภาพเทียบได้กับมหาวิชาเทพของนิกายกระบี่และนิกายศักดิ์สิทธิ์
ยิ่งครอบครองคาถามาก ก็ยิ่งใกล้สู่ “ความเป็นพุทธะ”
ยามนี้เบื้องหน้าตำหนักเหยียนโม่ของลวี่หยาง อรหันต์ฝูหลงกดมุทราสัมผัสพื้นแผ่นดิน แสดงหนึ่งในคาถาใหญ่นั้น นามว่า“ในแว่นแคว้นไร้ซึ่งสามอบายภูมิ”
“หากข้าได้เป็นพุทธะแล้ว ในแว่นแคว้นยังมีนรก เปรต เดรัจฉานอยู่ ข้าย่อมไม่บรรลุถึงสัมมาสัมโพธิญาณสูงสุด”
เสียงธรรมะดังก้อง กระทบประกายแสงขาวผุดผ่อง
แม้เป็นมหามนต์แห่งความกรุณา แต่พลังกลับมิได้มีความกรุณาเลยแม้แต่น้อย เพราะหนทางจะลบล้างนรก เปรต และเดรัจฉานนั้นคือการทำลายให้สิ้นไป เมื่อถูกสังหาร ความทุกข์ย่อมดับสูญ
เห็นได้ชัดว่า วิชาเทพแขนงนี้มีผลอย่างยิ่งในการข่มพลังปราณอสูรอินหยินโดยตรง
เมื่อแสงรุ่งโรจน์ตกลงมา ลวี่หยางพลันเห็นตำหนักเหยียนโม่แตกร้าวทีละส่วน เทพพิทักษ์ซู่หนี่ว์ที่นั่งประจำภายในก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงออกมา