ดายอยู่บ้าง เขาไม่อยากให้ฮีโร่คนนี้ต้องมีสีหน้าย่ำแย่ในช่วงบั้นปลาย
เมื่อได้ยินคำกล่าวเตือนของจีอู๋ฉาง จียุ่นจึงจำเป็นต้องเก็บท่าทีเสียมารยาทโดยไม่พูดไม่จา ทว่าสายตาที่จับจ้องเฉินเฟิงก็ยังคงไว้ซึ่งการเหยียดหยาม
“จียุ่น ถึงแม้ฉันจะไม่ชอบการต่อยตี แต่นายมาท้าทายฉันแบบนี้ไม่ได้ ฉันจะบอกอะไรให้นะเสี่ยวจียุ่น วันหลังฉันจะต่อยนายจนต้องร้องไห้ฟูมฟายแน่นอน!”
ศีลสามกลับเป็นฝ่ายไม่พอใจ เขาเป็นคนไม่เอาไหน ไม่สนใจการแย่งชิงด้านศิลปะการต่อสู้ ทว่าภายในกลับเป็นคนไม่ยอมคน ถ้าเกิดฟิวส์ขาดขึ้นมาเอาวัวสิบตัวมาลากก็ไม่อยู่
“แก……” จียุ่นที่เก็บอาการแล้วเมื่อได้ยินคำพูดของศีลสาม ฉับพลันก็เกิดมีน้ำโหขึ้นมา
“ยุ่นเอ๋อ!”
“ศีลสาม หุบปาก!”
ครั้งนี้ไม่ต้องรอให้จียุ่นได้ตอบโต้ จีอู๋ฉางและปรมาจารย์ฟางเจิ้งก็เอ่ยปากห้ามพร้อมกัน เห็นได้ว่าพวกเรารู้ดีว่าการปล่อยให้พวกเด็กๆประชันฝีปากกันนั้นไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กลับกันจะเป็นการขายขี้หน้าสำนักของตัวเองเสียเปล่า
“ท่านประมุขก่วน ผู้อาวุโสอู่ เย่หนานเทียน ปรมาจารย์ฟางเจิ้ง ผมสั่งสอนลูกได้ไม่ดีเอง หากก้าวล่วงตรงไหนก็ขออภัยด้วย”
จีอู๋ฉางพาจียุ่นก้าวไปข้างหน้า ยกมือคารวะขอโทษพวกก่วนหนานเทียน จากนั้นก็หันไปถลึงตาใส่จียุ่น “ยังไม่รีบทักทายปรมาจารย์ทุกท่านดีๆอีก?”
“ท่านประมุขก่วน ผู้อาวุโสอู่ ปรมาจารย์ฟางเจิ้ง สวัสดีครับ”
จียุ่นค้อมตัวทักทายทว่าเขาไม่เอ่ยถึงเย่หนานเทียน เพราะว