่าในสายตาเขาตอนนี้เย่หนานเทียนเป็นเพียงคนพิการเท่านั้น ไม่คู่ควรกับคำว่าปรมาจารย์ และยิ่งไม่คู่ควรให้เขาต้องค้อมตัวเคารพ
“ท่านนี้คือปรมาจารย์เย่”
จีอู๋ฉางสบถด่าจียุ่นว่าไม่รู้ความอยู่ในใจ ทว่าเขาก็ไม่ได้บังคับจียุ่นให้ทักทายเย่หนานเทียนต่อ เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เย่หนานเทียนอึดอัด เขาจึงจำเป็นต้องเป็นฝ่ายเอ่ยแนะนำเองทำราวกับว่าจียุ่นไม่รู้จักเย่หนานเทียน
จียุ่นได้ยินดังนั้นก็ทำทียกมือคารวะถือเป็นการทักทาย
สำหรับเรื่องนี้เย่หนานเทียนมีมีหน้าเรียบนิ่งดุจสายน้ำ ทว่าเฉินเฟิงกลับหรี่ตาเล็กน้อย
เขาอนุญาตให้จียุ่นทำตัวไร้มารยาทกับตัวเอง ทว่าไม่อนุญาตให้จียุ่นทำตัวไม่ให้เกียรติศิษย์พี่ของเขา!
หลังจากที่เขามาถึงที่นี่ เห็นแววตาความเห็นอกเห็นใจและเสียดายที่มีต่อเย่หนานเทียนในสายตาของทุกคน
ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนการดูหมิ่นเกียรติของฮีโร่ซึ่งทำให้เขารู้สึกแย่ ราวกับมีอะไรจุกอยู่ที่อก!
และการที่จียุ่นไม่ให้เกียรติเย่หนานเทียนก็ทำให้เขาโมโหมาก เขาจึงตัดสินใจกับตัวเองว่าหากต้องปะทะกับจียุ่นตอนแข่งคัดเลือก เขาจะต้องให้บทเรียนแก่จียุ่นให้ได้!
ในขณะที่เฉินเฟิงตัดสินใจกับตัวเองก็มีรถสองคันขับตรงมาทางนี้
รถสองคันนั้นเหมือนกับรถที่ปรมาจารย์ฟางเจิ้งและศีลสามโดยสารมา ล้วนแขวนป้ายทะเบียนของสหพันธ์สงครามหวาเซี่ย
การคัดเลือกตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลกในครั้งนี้ถึงแม้จะจัดขึ้นและดูแลโดยสหพันธ์บู