ื่อรถหยุดลง อู่จื่อโจวก็ไม่ได้มีท่าทีวางมาดแต่กลับเป็นฝ่ายปรี่เข้าไปต้อนรับ
ส่วนเฉินเฟิงก็เดินไปยังกระโปรงท้ายรถเพื่อเอารถเข็นก่อน จากนั้นจึงพยุงเย่หนานเทียนลงจากรถ
ตอนที่เย่หนานเทียนถูกผู้แข็งแกร่งอันดับเทพรุมทำร้าย สุดท้ายกระดูกข้อเท้าและเข่าของเขาแตกหักเสียหายจนต้องตัดขาทิ้ง ปัจจุบันขาทั้งสองข้างของเขาล้วนเป็นขาเทียม หากไม่มีไม้เท้าต้องอาศัยคนพยุงเท่านั้น
หืม? เมื่อเห็นเย่หนานเทียนลงมาจากรถ อู่จื่อโจวก็ชะงักฝีเท้า บนใบหน้าปรากฏความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
เขาคิดไม่ถึงว่าวันนี้เย่หนานเทียนจะมาด้วย
เนื่องจากวันนี้ไม่เพียงแต่มีทายาทของศาสนาพุทธภาคตะวันตก สำนักกระบี่เทียนซาน ตระกูลจีและหวังอีเตาเท่านั้น คนที่นำทัพมามีความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นคนที่เคยประชันฝีมือกับเย่หนานเทียนในอดีต หรือก็คือทายาทรุ่นที่แล้วของสี่ขั้วอำนาจ
เช่นนั้นคนที่กลายเป็นคนพิการอย่างเย่หนานเทียนต้องพบเจอกับโจทก์เก่าในวันวาน นี่เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างมากหรือไม่ก็ต้องปล่อยวางได้ในหลายๆเรื่อง
“ท่านประมุขก่วน ผู้อาวุโสเย่ เฉินเฟิง ยินดีต้อนรับสู่สหพันธ์บูโด” หลังตกอยู่ในภวังค์พักหนึ่ง อู่จื่อโจวก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับ ก่อนจะเอ่ยทักทายก่วนหนานเทียน เย่หนานเทียนและเฉินเฟิง
ขณะที่อู่จื่อโจวทักทายเย่หนานเทียน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความนับถือ
ไม่ผิด……
ถึงแม้ในตอนนี้เย่หนานเทียนจะกลายเป็นคนพิการ เขาก็ยังเค