ารพเย่หนานเทียนเป็นอย่างมาก! เพราะเขารู้ดีว่าคนที่เคยกดเขาจนกลายเป็นผู้ชายไร้ตัวตน หากไม่ใช่เพราะปกป้องประเทศจนถูกกำจัด ความสำเร็จด้านศิลปะการต่อสู้ในปัจจุบันไม่ใช่คนที่เขาสามารถเทียบได้อย่างแน่นอน ทว่าจะกลายเป็นคนที่เขาต้องเกรงกลัว
นอกจากนี้หากเขาเป็นเย่หนานเทียนที่ต้องกลายเป็นคนพิการอย่างทุกวันนี้ เขาไม่สามารถมีจิตใจที่เข้มแข็งอย่างเย่หนานเทียนได้แน่นอน!
“สวัสดี ท่านผู้อาวุโสอู่”
ทั้งสามคนต่างเอ่ยทักทายกลับ เฉินเฟิงและก่วนหนานเทียนเรียกอู่จื่อโจวตามตำแหน่ง ทว่าเย่หนานเทียนทำเพียงแค่ยิ้มบางๆเท่านั้นราวกับคนเป็นเพื่อนเก่าทักทายกัน
“ใช่แล้ว ชั่วพริบตาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว” อู่จื่อโจวถอนหายใจครั้งหนึ่งพลางมองเย่หนานเทียนที่นั่งอยู่บนรถเข็น เขามีคำพูดมากมายที่อยากจะพูดทว่าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
“ท่านผู้อาวุโสอู่ เกณฑ์ในการคัดเลือกคนที่จะไปเข้าร่วมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลกในครั้งนี้คืออะไร?” ก่วนหนานเทียนที่เข้าใจสถานการณ์เอ่ยถามธุระในวันนี้ขึ้นมา เพราะไม่อยากให้อู่จื่อโจวและเย่หนานเทียนเอ่ยถึงเรื่องราวแย่ๆในอดีต
อู่จื่อโจวได้ยินดังนั้นก็กำลังจะเอ่ยปากตอบ ทว่ากลับเห็นรถคันหนึ่งขับตรงมาทางนี้ เขาจึงจำต้องกลืนคำพูดลงไปก่อนแล้วย้ายสายตาไปจับจ้องรถคันนั้นแทน
นอกจากอู่จื่อโจว ก่วนหนานเทียน เย่หนานเทียนและเฉินเฟิงก็หันไปมองเช่นเดียวกัน
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทั้งสี่คน รถคันนั้นก็ขับเข้า