าอย่างอดไม่ได้ ความเอียงอายนั้นก็จางหายไป
ตอนเจ็ดโมงเช้า เฉินเฟิงวิ่งมาถึงเกสต์เฮาส์ซีหู ก่วนหนานเทียนรออยู่ที่นั่นนานแล้ว
“เห็นที อาการบาดเจ็บของคุณไม่ได้หนักเลย” ก่วนหนานเทียนเดินมาหา พร้อมยิ้มพูด
“ครับ บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ” เฉินเฟิงพยักหัว
“งั้นคุณแกล้งได้เหมือนมาก รู้ไหมตอนนั้น รวมทั้งผมกับทุกคน ต่างก็คิดว่าคุณถูกจิ่งเถิงทำร้ายบาดเจ็บ สถานการณ์ไม่ดีต่อคุณเลย คิดไม่ถึงว่าคุณตั้งใจแกล้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ลงมือกะทันหัน ต่อสู้กับจิ่งเถิงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว กระบวนท่าเดียวก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนัก จนการต่อสู้สิ้นสุด” ก่วนหนานเทียนยิ้มพูดอย่างขมขื่น
“การแข่งขันการต่อสู้ก็เหมือนการทำศึก สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องเลือกทางเลือกที่เป็นประโยชน์กับตนเองมากที่สุด” เฉินเฟิงพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อืม น่าเสียดาย ไม่ว่าจะเป็นในสนามรบ หรือว่าเวทีการต่อสู้ คนที่รู้หลักการนี้มีไม่มาก”
ก่วนหนานเทียนเดินไปด้วย คุยกับเฉินเฟิงไปด้วย และพยักหัวพูดว่า “นี่ก็สามารถพูดในทางอ้อมได้ว่า วงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ยในรุ่นเยาว์นี้ ยังไม่ต้องพูดถึงความสามารถ พูดถึงเพียงประสบการณ์ในการต่อสู้ คุณเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย…เมื่อเทียบกับคุณแล้ว พวกนักสู้คนอื่นๆพวกนั้นเหมือนดอกไม้ในแจกันประดับห้องมากกว่า ยอมรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้”
“คุณชมเกินไปแล้ว