บทที่ 95 ให้ศิษย์พี่หญิงอวี้ลำบากอีกสักหน่อยคิดแล้วก็ทำ ลวี่หยางพลันแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งสู่ฟากฟ้าทันที
ธงหมื่นวิญญาณถูกชูขึ้นสูงเด่น ธงผืนใหญ่พลิ้วสะบัดบดบังสุริยัน เงาทะมึนมหึมาพุ่งแผ่จากลวี่หยางเป็นศูนย์กลาง แพร่กระจายสู่เขาหัวกะโหลกแปดร้อยลี้อย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือแดนลับอสูรวิญญาณ
อสูรวิญญาณตนแล้วตนเล่าถูกลวี่หยางทยอยแปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณธงรวมถึงเหล่าอสูรอาภรณ์แดงแปดตนที่ประกอบเป็นตำหนักเหยียนโม่และเทพพิทักษ์ซู่หนี่ว์
“แม้แต่สีก็เปลี่ยนแล้วนะเนี่ย”
เมื่อเหล่าอสูรวิญญาณนับพันหลั่งไหลเข้าสู่ธงหมื่นวิญญาณจนหมด สีเดิมที่ขาวบริสุทธิ์ของธงก็พลันแปรเปลี่ยนทีละน้อย จนกลายเป็นดำคล้ำปนน้ำเงินม่วงดั่งเช่นเทพพิทักษ์ซู่หนี่ว์
เช่นนี้ เพียงเขาถือธงหมื่นวิญญาณขึ้นเริ่มต้นใหม่อีกคราตำหนักเหยียนโม่ก็สามารถสืบทอดมาได้อย่างสมบูรณ์ มั่นใจได้ว่าชีวิตหน้าเมื่อลืมตาขึ้น ก็จะมีเทพพิทักษ์ขั้นวางรากฐานหนึ่งองค์ช่วยบดบังชะตา ผลลัพธ์คงไม่ด้อยไปกว่ายันต์เทวะเอกะปราณบรรพสวรรค์ไม่จำเป็นต้องไปกวนใจจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าอีก
“อ้อ จริงสิ เกือบลืมเจ้าไปแล้ว”
เมื่อนึกได้ ลวี่หยางพลันสะบัดธงหมื่นวิญญาณแล้วควักสิ่งหนึ่งออกมา เป็นนักพรตเฒ่าผมขาวหน้าเยาว์ไร้อารมณ์ ดวงตาว่างเปล่า
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้า!
พูดให้ถูกก็คือเป็นเพียงหนึ่งในร่างจำแลงของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าที่เจ้าตัวตัดทิ้งจากจิตวิญญาณด้วยมือตนเอง เพื่อดิ้นหลุ