คิดเลยจริงๆ เวลาสั้นๆแค่ไม่กี่วัน ฝีมือของเฉินเฟิงกลับพัฒนาขึ้นมาได้มากขนาดนี้”
ไม่เพียงแค่ปรมาจารย์ธรรมดาเท่านั้น แม้แต่เจ้าสำนักปากั้วอย่างจ้าวอู๋เต้ายังอดถอนหายใจออกมาไม่ได้เลย
“วิชาที่เขาใช้ตอนสุดท้ายเมื่อกี้อะไรน่ะ รู้สึกคุ้นเคยแต่ก็แปลกประหลาดมาก” จางเทียนซือเจ้าสำนักอู่ตังมีสีหน้าครุ่นคิด
“ดูไม่ออกว่าวิชาอะไร แต่แน่ใจได้อยู่อย่างคือ แกร่งมากในการต่อสู้จริง มีอานุภาพร้ายกาจมาก!” ปรมาจารย์คงเหมิงแสดงความคิดเห็นตัวเองออกมา
ก่วนหนานเทียนกับอู่จื่อโจวเองไม่ออกความเห็น พวกเขามีฐานะข้าราชการอยู่ ไม่สมควรจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรในเวลาแบบนี้ พวกเขาเลยหันไปสนใจสองพ่อลูกจิ่งหยุนเฟิงและจิ่งเซ่อเหมิง
พวกเขากังวลว่าสองพ่อลูกจิ่งหยุนเฟิงและจิ่งเซ่อเหมิงจะเข้ามาแทรกแซง!
และเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น พวกเขาต้องรีบออกมายับยั้งเป็นคนแรก!
จากนั้น—ไม่ว่าจะเป็นจิ่งเซ่อเหมิงพ่อของจิ่งเถิง หรือจิ่งหยุนเฟิงที่บรรลุระดับมหาปรมาจารย์ด้านการต่อสู้แล้ว ต่างพากันงงเป็นไก่ตาแตก
ภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง พวกเขาเบิกตากว้าง จ้องมองจิ่งเถิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเขม็ง ประหนึ่งรูปปั้นแกะสลักสองรูปและมีสีหน้าเหลือเชื่อ!
ไม่อยากจะเชื่อหรอ?
ใช่!
พวกเขาไม่อยากจะเชื่อจริงๆว่า หลังจากจิ่งเถิงใช้ท่าไม้ตายหยินหยางฆ่าทำร้ายเฉินเฟิงแล้ว ตอนคิดจะใช้ท่าหยินหยางฆ่ามาจบการประลองครั้งนี้กลับโดนเฉินเฟิงพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ตรงกันข้