้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน และมั่นใจในระยะทางและเวลาลงมือกับคู่ต่อสู้ด้วย
ทั้งหมดนี้ หลายวันก่อนเฉินเฟิงทำได้แล้ว แต่รู้สึกเหมือนยังขาดอะไรบางอย่าง หลายวันนี้เฉินเฟิงเอาแต่ครุ่นคิดและฝึกยุทธ์ไม่หยุด สุดท้ายเลยเข้าใจว่าขาดอะไรไป—ผ่านการโจมตีโดยใช้เสียงบวกกับข่มขู่ด้วยออร่า เพื่อทำให้คู่ต่อสู้หวั่นไหว บนพื้นฐานของการกระหน่ำโจมตีจนคู่ต่อสู้เผอเรอ ทำให้อีกฝ่ายสติไม่นิ่ง ทำการหลบหลีกหรือป้องกันไม่ทัน
นี่เป็นสิ่งที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาดกับท่าไม้ตายหยินหยางฆ่าของหมัดหยินหยาง!
เมื่อกี้เฉินเฟิงโดนจิ่งเถิงใช้หยินหยางฆ่าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ สถานการณ์โดนพลิกกลับมา และแทบจะทำให้ทุกคนคิดว่าเขาคงต้องมีอันตรายถึงชีวิตแน่
จากนั้นจิ่งเถิงได้ทีตามรุกต่อ บีบให้เฉินเฟิงต้องถอย ท่าทีได้เปรียบหายสิ้น ทำให้ทุกคนรวมถึงจิ่งเถิงยิ่งแน่ใจว่าเขาบาดเจ็บหนัก แถมเฉินเฟิงยังแกล้งทำเหมือนลมปราณสับสน จากนั้นแกล้งยอมให้จิ่งเถิงลดระยะห่างระหว่างกัน และเตรียมพร้อมลงมืออีกครั้ง
ตอนนี้เอง…เฉินเฟิงลงมือก่อนได้เปรียบ!
เขาเดินลมปราณ ใช้วิชาที่คล้ายคลึงกับ ‘สิงโตคำราม’ตะคอกเสียงดังหนึ่งทีประหนึ่งสายฟ้าฟาด ทำเอาจิ่งเถิงตกใจกระตุกวูบ สีหน้าเหม่อลอยไปชั่วครู่
ในขณะเดียวกัน เฉินเฟิงย่อขาลงในท่าขี้ม้า สองขาจิกแน่นราวกับตอกหมุดลงพื้น หมัดขวากำแน่นพุ่งเข้าหาจิ่งเถิงเร็วปานลูกกระสุน
หมัดหนึ่งพ