ดแล้ว จิ่งหรินเองก็พิการแล้วเหมือนกัน!
ไม่แค่เขา ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้คนอื่นที่อยู่บนเรือลำที่สองก็มองออกถึงจุดนี้เหมือนกัน ทุกคนต่างมีสีหน้าตกตะลึง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
หนึ่งในนั้น อู่จื่อโจวซึ่งเป็นสมาชิกสหพันธ์สงครามขมวดคิ้วแน่นขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เฉินเฟิงลากใครออกมาน่ะ?”
“ไม่รู้ แต่สองคนนั้นมีรอยเลือดด้วย ท่าทางจะได้รับบาดเจ็บ”
“สองคนนั้นที่เฉินเฟิงกำลังลากลงไปมาทำอะไรที่นี่น่ะ?”
ในขณะเดียวกัน ศิษย์สำนักน้อยใหญ่ นักธุรกิจใหญ่และเจ้าหน้าที่ราชการระดับต้นๆบนเรือลำที่หนึ่งและลำที่สามต่างมีสีหน้างุนงงสงสัยไปตามๆกัน
เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล ด้วยสายตาพวกเขาเห็นแค่เฉินเฟิงหิ้วคนสองคนไว้ และคล้ายๆจะเห็นเลือดที่ไหลออกจากร่างคนทั้งคู่ ไม่สามารถเห็นเหตุการณ์ชัดเจนไปมากกว่านี้
ไม่มีคำตอบ
วินาทีต่อมา ท่ามกลางสายตาประชาชี เฉินเฟิงหิ้วศพมู่หยางและร่างพิการของจิ่งหรินเหมือนหิ้วไก่ พร้อมทั้งพาพวกเสี้ยเมิ่งเหยาเดินก้าวเท้ายาวมาที่ประตูทางเข้าเขตพิเศษ
หือ?
พอเห็นฉากนี้ ไม่ว่าจะเป็นสายตรวจที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าเขตพิเศษ หรือสมาชิกสหพันธ์บูโดประจำเมืองหางโจวต่างมีสีหน้าตะลึง
เพราะว่าอยู่ใกล้ พวกเขาเลยเห็นร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของจิ่งหรินกับมู่หยาง และยังพบว่ามู่หยางปิดตาแน่น สีหน้าเขียวคล้ำไม่ขยับตัวสักนิด เห็นชัดว่ามู่หยางตายแล้ว
“ไอ้สารเลว ปล่อยคนตระกูลจิ่งเดี๋ยวนี้!”
ทันใดนั้น ยังไม่ทันที่พ