ด้ฟัง รู้ถึงปัญหาของตนเอง จึงแอบด่าตนเองอ้อมๆ ในเวลาเดียวกันก็พูดขอโทษหวู่เหวินเฉิงยิง
หวู่เหวินเฉิงยิงส่ายหน้า เพื่อสื่อว่าไม่เป็นไร
ชั่วขณะหนึ่ง เรือใหญ่ลำที่สามเงียบลงอีกครั้ง ทว่าเรือใหญ่ลำที่สองกลับเสวนากันขึ้นมา
“เฉินเฟิงจะไม่มาจริงๆหรอ?”
“เวลานี้ยังไม่ปรากฏตัวออกมา ฉันว่าไม่มาแล้ว”
“ถ้าหากว่าเขาไม่มา พวกเราทุกคนก็ถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่แล้ว เรียกว่าเป็นเรื่องแปลกกว่าพันปีของบูโดหวาเซี่ย!”
เหล่าปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่มาจากที่ต่างๆเริ่มพูดคุยกัน ในเวลาเดียวกันก็มองไปทางก่วนหนานเทียนอย่างมีเลศนัย คาดหวังให้ก่วนหนานเทียนสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนกับพวกเขา
“พวกนายไม่ต้องมองมาที่ฉัน เหมือนอย่างที่ฉันพูดก่อนหน้านี้ ฉันเองก็เป็นเหมือนพวกนาย ที่มาที่นี่ เป็นเพราะคิดว่าเจ้าเด็กเฉินเฟิงต้องรับคำท้า สำหรับเรื่องที่วันนี้เจ้าเด็กนั่นจะปรากฏตัวหรือไม่นั้น มีแค่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้” ฟังคำพูดต่างๆนานของปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่อยู่ข้างๆ มองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่วนหนานเทียนผายมือขึ้น ยิ้มเศร้า
เดิมทีปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้หลายคนรวมถึงปรมาจารย์เฉียวอู่โต่อดใจไม่ไหวอยากจะถามก่วนหนานเทียนแล้ว เวลานี้ได้ยินคำพูดของก่วนหนานเทียน ทำให้พวกเขาต่างกลืนคำพูดลงคอ
ทางด้านจิ่งหยุนเฟิง จิ่งเซ่อเหมิงสองพ่อลูกที่ยืนอยู่ไม่ไหลพากันขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นมา
สำหรับตระกูลจิ่ง การต่อสู้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่