ยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ จิ่งหรินนั่งขดตัวอยู่ด้านหลัง ข้างๆคือศพของมู่หยาง ในรถคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
กลิ่นคาวเลือดที่ดมจนฉุนจมูก มองดูศพของมู่หยางที่อยู่ใกล้ รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณหัวเข่าที่แล่นขึ้นมา จิ่งหรินหน้าซีดขาว ตัวสั่นเทา ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้ามองหน้าเฉินเฟิง
“ตืด~”
ในเวลานี้เอง เสียงโทรศัพท์สั่นดังขึ้น
เสียงสั่นที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำให้จิ่งหรินตัวสั่นอย่างแรง จากนั้นรู้สึกได้ถึงโทรศัพท์ในกระเป๋าที่กำลังสั่นอย่างชัดเจน
การค้นพบนี้ ทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที ยื่นมือออกไปหยิบโทรศัพท์ แต่หลังจากที่มองไปทางเฉินเฟิง ก็หยุดการกระทำของตนเอง
“เป็นคนตระกูลจิ่งของพวกแกโทรมาหรอ?” เฉินเฟิงเอียงคอแล้วเอ่ยถาม
จิ่งหรินไม่กล้าตอบ หยิบโทรศัพท์ด้วยความสั่นเทา เห็นว่าคนที่โทรมาคือจิ่งเถิง:“ใช่……น้องเถิงของฉันเอง”
“เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน” เฉินเฟิงได้ฟัง ครุ่นคิดแล้วพูด
จิ่งหรินไม่พูดอะไร รีบยื่นโทรศัพท์ให้เฉินเฟิงด้วยความสั่นเทา เฉินเฟิงรับสาย
“พี่หริน สถานการณ์ของพวกพี่เป็นยังไง? ทำไมถึงไม่โทรกลับ?”
วินาทีถัดมา เสียงของจิ่งเถิงดังขึ้นที่ลำโพง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“พวกเขาคนหนึ่งตายแล้ว คนหนึ่งพิการ” เฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ คล้ายกับว่ากำลังพูดเรื่องเล็กน้อย
“เอ่อ……”
ปลายสาย จิ่งเถิงที่อยู่บนเรือ ได้ยินเสียงที่น่าตกตะลึงของเฉินเฟิง เขาตกใจก่อน จากนั้นถามขึ้