ย ถึงแม้ในตอนหลังจะย่ำแย่ลงไปบ้าง แต่อูฐที่ผอมแห้งก็ตัวใหญ่กว่าม้า นอกจากสำนักอู่ตังและเส้นหลินแล้วนั้น แม้แต่สำนักปากั้วก็ยังไม่กล้าพูดว่าสามารถข่มสำนักเอ๋อร์เหมยได้
ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เจ้าสำนักเอ๋อร์เหมยเฉินอี๋ซือไท่กลับทำตัวเหมือนผู้ติดตาม คนเดินอยู่ด้านหลังคนตระกูลจิ่ง ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะบอกว่าคนตระกูลจิ่งมาด้วยความยิ่งใหญ่เอิกเกริก ยากที่จะได้เห็น
“หัวหน้าตระกูลจิ่งจิ่งหยุนเฟิงมาถึง!”
“เจ้าสำนักเอ๋อร์เหมยเฉินอี๋ซือไท่มาถึง!”ตามด้วย ตอนที่จิ่งหยุนเฟิงเดินมาถึงสถานที่ปิดล้อม พนักงานร้องตะโกนชื่อและตำแหน่งของพวกเขาออกมาเสียงดัง
สำหรับสิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นจิ่งหยุนเฟิงและจิ่งเซ่อเหมิง พ่อลูกจิ่งเถิง หรือว่าเฉินอี๋ซือไท่ก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองพนักงาน พวกเขาเดินตรงเข้ามาในสถานที่ปิดล้อม
พนักงานคนนั้นไม่เพียงแต่ไม่เดินเข้าไปขวางหน้า ในทางกลับกันพวกเขากลับถอยหลังหนีเพราะรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมา พนักงานคนนั้นถอยหลังจนเกือบจะล้มลงกับพื้น เขาแทบจะทรุดลงไป
เมื่อเห็นภาพนี้ อู่จื่อโจวที่ยืนอยู่ตรงดาดฟ้าเรือขมวดคิ้วเล็กน้อย ทางด้านพวกก่วนหนานเทียนมองหน้ากัน แล้วพากันส่ายหน้า
จากบันทึกของบูโดหวาเซี่ย ทุกครั้งที่ตระกูลจิ่งออกมาล้วนทำให้บูโดหวาเซี่ยสั่นสะเทือน สร้างเรื่องใหญ่ ครั้งนี้ก็ไม่เป็นข้อยกเว้น ใช้อำนาจของตนเองมาข่มคนอื่น!
“ปรมาจารย์จิ่ง ไม่ได้เจอกันนาน”
ตามด้วย หลังจากที่จิ่งหยุนเฟ