ิงและคนของเขาขึ้นมาบนเรือ ก่วนหนานเทียนลุกขึ้น เดินไปกล่าวทักทายจิ่งหยุนเฟิงก่อน
“หนานเทียน พวกเราไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว”
จิ่งหยุนเฟิงพยักหน้า ไม่ได้พูดยศนำหน้าชื่อของก่วนหนานเทียน จากนั้นชำเลืองมองปรมาจารย์คงเหมิง จางเทียนซือและจ้าวอู๋เต้าทั้งสามคน แล้วพูดขึ้น:“แต่ฉันกับคงเหมิง จางเทียนซือและจ้าวอู๋เต้าทั้งสามคนเคยเจอกันเมื่อหกปีก่อน”
ตกตะลึงกับคำพูดของจิ่งหยุนเฟิง ปรมาจารย์คงเหมิงและปรมาจารย์อีกสองคนสีหน้าเหยเกทันที
เมื่อหกปีก่อน เป็นครั้งแรกที่จิ่งเถิงออกมาจากพื้นที่บรรพบุรุษตระกูลจิ่ง ออกมาเที่ยวเตร่ด้านนอก ท้าประลองกับผู้สืบทอดที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเส้นหลิน สำนักอู่ตังและสำนักปากั้ว จิ่งหยุนเฟิงก็มาด้วยตนเอง มาเป็นพยานดูจิ่งเถิงบดขยี้ทำลายผู้สืบทอดที่แข็งแกร่งที่สุดของสามสำนักใหญ่
วันนี้ จิ่งหยุนเฟิงพูดถึงเรื่องเมื่อหกปีก่อนต่อหน้าสาธารณะ เป็นการไม่ให้เกียรติสำนักเส้าหลิน สำนักอู่ตังและสำนักปากั้วแม้แต่น้อย
“ท่านประมุขก่วน ในเมื่อพวกคุณมาถึงแล้ว แสดงว่าพวกคุณรู้ว่าเจ้าเด็กที่ชื่อเฉินเฟิงจะรับคำท้าของเถิงเอ๋อ”
ครู่หนึ่ง ไม่รอให้ปรมาจารย์คงเหมิงทั้งสามคนได้ตอบกลับ จิ่งเซ่อเหมิงผู้เป็นพ่อของจิ่งเถิงอยู่ดีๆก็พูดขึ้นมา น้ำเสียงของเขาไม่สบอารมณ์อย่างมาก “ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราทุกคนต่างมากันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็รอเจ้าเด็กคนนั้นเพียงคนเดียว——เขาวางมาดเกินไปรึเปล่า?”
“คุณอาจะไม่รู้