จนถึงตอนนี้ เฉินเฟิงยังไม่ได้เอ่ยว่าจะรับคำท้าและไม่ได้มีท่าทีว่าจะรับคำท้าของลูกชายฉัน”
เสียงของจิ่งเซ่อเหมิงดังขึ้น รับรู้ถึงน้ำเสียงบีบเคล้นของจิ่งเซ่อเหมิง รอยยิ้มบนใบหน้าก่วนหนานเทียนจางหายไป พูดเสียงเคร่งขรึม:“ที่พวกเรามาที่นี่ เป็นเพราะคิดว่าเขาจะตอบรับคำท้า ไม่ใช่เป็นเพราะรู้ว่าเขาต้องรับคำท้า”
“มีอะไรแตกต่างกันหรอ?” จิ่งเซ่อเหมิงถามด้วยใบหน้าเย็นชา
“แตกต่างมาก”
ครั้งนี้ ไม่รอให้ก่วนหนานเทียนตอบ อยู่ดีๆอู่จื่อโจวก็เดินมาทางนี้ พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ พูดด้วยคำพูดหนักแน่น “พวกเราคิดว่าเฉินเฟิงจะรับคำท้าแต่นี่ก็เป็นแค่การคาดเดา ตัดสินใจของพวกเราเท่านั้น ท่าทีของเฉินเฟิงต่างหากที่จะสามารถตัดสินใจว่าการประลองครั้งนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ เปลี่ยนเป็นพูดอีกด้านหนึ่ง ถ้าเฉินเฟิงไม่รับคำท้า พวกเราทุกคนก็จะไปจากที่นี่ และตระกูลจิ่งของพวกคุณก็ห้ามทำอะไรเฉินเฟิงเด็ดขาด!”
“อู่จื่อโจว หลังจากที่นายเข้าร่วมสหพันธ์สงคราม นายไม่เหมือนเดิมแล้ว คำพูดของนายหนักแน่น ไม่ได้เป็นไอ้ขี้ขลาดคนเดิมในตอนนั้นที่ไม่กล้าแม้แต่ท้าประลองกับฉัน” ได้ฟังคำพูดของอู่จื่อโจว สีหน้าของจิ่งเซ่อเหมิงเปลี่ยนเป็นเล็กน้อย จากนั้นแสยะยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
ตอนนั้น หลังจากโจวโพ่คองบรรลุระดับหั้วจิ้ง เขาได้ท้าประลองกับสำนักและตระกูลที่ซ่อนตัวเอาไว้ของบูโดหวาเซี่ย ทว่าอัจฉริยะที่รองมาจากโจวโพ่คอง อู่จ