ั้งยังไม่ขาดเหลือสาวสวยที่เป็นชาวต่างชาติ แต่ตลอดทางที่เดินมานั้นแอนนี่ดึงดูดสายตาผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน เฉินเฟิงเองก็กลายเป็นผู้ชายที่มีคนอิจฉา
“เฟิงที่รัก ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนฉันนะคะ คืนนี้ฉันมีความสุขมากค่ะ”
หลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป แอนนี่ยืนอยู่ตรงริมชายหาด มองดูทิวทัศน์ของชายหาดยามค่ำคืน เธอโน้มตัวพิงหัวไหล่ของเฉินเฟิงเหมือนนกน้อย ลมยามค่ำคืนพัดผ่าน พัดผมสีบรอนด์ทองยาวสลวยของเธอ ปิดบังใบหน้าสวยของเธอเอาไว้ แต่กลับไม่สามารถปกปิดหัวใจที่เต้นแรงของเธอได้
“คุณมีความสุขก็ดีแล้วครับ ตอนนี้ก็ดึกมาแล้ว ผมส่งคุณกลับไปไหมครับ?” เฉินเฟิงยิ้ม แล้วเอ่ยถาม
“ค่ะ”
เสียงของเฉินเฟิงดังขึ้นที่ข้างหู แม้ว่าแอนนี่อยากให้เฉินเฟิงอยู่กับเธอนานกว่านี้ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดออกไป
สี่สิบนาทีผ่านไป เฉินเฟิงขับรถส่งแอนนี่ไปถึงโรงแรม
“เฟิงที่รัก ขึ้นไปดื่มไวน์บนห้องฉันไหมคะ แล้วคุยกันอีกสักพัก” หน้าประตูทางเข้าโรงแรม แอนนี่ยังคงอาลัยอาวรณ์ไม่อยากแยกกัน ในเวลาเดียวกันที่เธอพูดชวนเฉินเฟิง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ไม่ดีกว่าครับ ผมยังมีเรื่องต้องจัดการ ถ้าพรุ่งนี้คุณมีเวลาว่าง โทรมาหาผมได้นะครับ”
เฉินเฟิงปฏิเสธอย่างรักษามารยาท
เขารู้ว่าที่แอนนี่บอกให้ขึ้นไปดื่มไวน์ด้วยกันมันหมายความว่าอะไร แต่เขาในวันนี้ เป็นผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว
ขอบเขตบางอย่าง เขาไม่มีวันทำลายมันทิ้ง
อย่างรวดเร็ว วันที่สองก็มาถึง