กเขา ตบหน้าตัวเองยอมรับผิดและขอโทษ!
ในหมู่พวกเขา มีคนหยิบมือถือออกมาเตรียมถ่ายภาพที่น่าอัปยศขั้นสุดนี้ไว้
นักแข่งรถหวาเซี่ยกับผู้ชมก็พากันจ้องมองรถแอสตันมาร์ตินด้วยสีหน้ามึนตึง มีแววไม่ยอมแพ้และสงสารอยู่ในแววตา
พวกเขาสงสาร และไม่อยากให้หวู่เหวินโป๋นอกจากจะแพ้การแข่งขันแล้ว ยังต้องคุกเข่าให้พวกกาวลี่อีก!
ท่ามกลางสายตาประชาชี รถแอสตันมาร์ตินแล่นเข้ามาจอดข้างทาง แต่หวู่เหวินโป๋กลับไม่ได้ลงจากรถ แต่นั่งหมดแรงพิงพนักเก้าอี้ด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกระดาษ
“ฮะฮะ นี่มันไม่กล้าลงจากรถหรือไง?”
“แปดสิบปีผ่านไปแล้วเนี่ย ถึงหวาเซี่ยจะพัฒนาขึ้นแล้ว แต่ความอ่อนแอขี้ขลาดที่อยู่ในสายเลือดคนหวาเซี่ยน่ะมันไม่ลดลงเลยแฮะ นี่ถึงกับไม่กล้าสู้หน้าความจริงเลยนะ!”
“กล้าพนันก็ต้องกล้ารับผลสิ ถ้ามันไม่ลงจากรถมารับผลพนัน พรุ่งนี้ฉันจะไปโพทนามันในบอร์ดเลย ให้มันไม่สามารถอยู่ในวงการแข่งรถใต้ดินได้อีกตลอดชาติเลย!”
…
พอเห็นหวู่เหวินโป๋ไม่ยอมลงจากรถ พวกนักแข่งรถกาวลี่ต่างพากันโห่ดังใส่
เผชิญหน้ากับเสียงโห่แดกดันที่มันเสียดแก้วหู ไม่ว่าจะเป็นพวกนักแข่งรถหวาเซี่ยหรือผู้ชมยังไม่สามารถย้อนได้เลย พวกเขาทำได้แค่มองรถแอสตันมาร์ตินข้างหน้าอย่างตะลึง
หือ?
มองไปมองไป พวกเขาพบว่า มีคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถแอสตันมาร์ติน
นั่น….เฉินเฟิง
ภายใต้ท้องฟ้ามืดมิด เฉินเฟิงเดินมายืนข้างรถแอสตันมาร์ตินอย่างเงียบๆ และเคาะกระจกรถเบาๆ
ในรถแข่ง หวู่เ