ขาเลยใส่ไฟเพิ่ม “พนันก็….”
นั่นไง หวู่เหวินโป๋โดนหลี่ตงชิงท้าทายหลายรอบเข้า หัวเริ่มร้อน ทำท่าจะหลุดปากรับพนัน
จากนั้น—-
ไม่รอเขาพูดคำสุดท้ายออกมาก็โดนเฉินเฟิงตัดบทก่อนว่า: “เหวินโป๋ อย่าใจร้อน”
“พี่เฟิง ผม…” หวู่เหวินโป๋อยากอธิบายอะไร เขารู้สึกว่าหลี่ตงชิงมันหยามหน้ากันเกินไป และเขาเองก็ไม่กลัวตายด้วย
“ฟังพี่”
เฉินเฟิงส่ายหน้าเบาๆ เสียงไม่ดัง แต่น้ำเสียงหนักแน่น เขาสัมผัสความอยากฆ่าในแววตาหลี่ตงชิงได้นานแล้ว และดูออกว่าสิ่งที่หลี่ตงชิงทำทั้งหมดก็เพื่อยั่วให้หวู่เหวินโป๋ตบะแตก
ถ้าเป็นแบบนี้ เขาเชื่อว่า หลี่ตงชิงต้องมั่นใจในการแข่งที่กำลังจะลงแข่งมาก ไม่งั้นคงไม่เอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นแน่!
ยิ่งไปกว่านั้นผ่านการแข่งสี่รอบก่อนมา เฉินเฟิงเห็นได้ชัดเลยว่า นักแข่งรถกาวลี่รู้เขารู้เราดีมาก เห็นได้ชัดว่าตั้งใจมาจัดการนักแข่งรถหวาเซี่ยโดยเฉพาะ?
“เหอะ ฉันเดาถูกจริงด้วย แกมันก็ไอ้ขี้ขลาด พวกแกคนหวาเซี่ยน่ะขี้ขลาดตาขาวกันหมดแหละ ไม่แม้แต่จะแข่งเลยด้วยซ้ำ งั้นก็ยอมแพ้ออกมาเลยสิ!” พอเห็นหวู่เหวินโป๋กำลังจะรับพนันกลับโดนเฉินเฟิงเบรกไว้ หลี่ตงชิงถลึงตาใส่เฉินเฟิงหนึ่งที ก่อนหันมายั่วหวู่เหวินโป๋ต่อ “อีกอย่าง แกกลับเปลี่ยนการตัดสินใจตัวเองเพราะคำพูดคำเดียวของลูกน้อง นี่มันน่าผิดหวังจริงๆนะ…” “ไอ้เวรแกว่าไงนะ?”
“สารเลว แกพูดอีกรอบสิ?”
…คราวนี้ไม่รอหวู่เหวินโป๋ตอบคำ นักแข่งรถหวาเซี่ยและผู้ชมที่ยืนอยู