วู้นยื่นมือออกมาอีกครั้งเพื่อห้ามปรามไม่ให้หลี่ตงชิงเล่นสงครามน้ำลายกับหวู่เหวินโป๋อีก จากนั้นก็หันไปบอกบอดี้การ์ดดคนหนึ่งข้างกายเขาว่า: “ติดต่อเจ้าหมอนี่ที่ยันเจียงด้วย ให้เขาส่งรถมาพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล”
“ครับ คุณชาย!”
บอดี้การ์ดดชุดดำคนนั้นรับคำสั่งในทันที และเดินไปอีกด้านเพื่อติดต่อคนตามที่ผูชางจวู้นสั่ง
ส่วนผูชางจวู้นก็นำทีมคนที่เหลือไปทางชั้นสาม
ในขณะเดียวกันจี้หงพานักแข่งรถหวาเซี่ยเดินเข้ามา มองเฉินเฟิงพลางถามอย่างอึ้งๆว่า: “คุณชายเฉิน มีอะไรกันหรอ?”
“มีนักแข่งกาวลี่คนหนึ่งทำตัวอันธพาล และยังตบหน้าเจ้าหน้าที่สาวของสนามแข่งสองฉาด พวกเราเข้ามาพูดคุยกับเขา เขากลับทำกร่างไม่ใส่ใจ พี่เฟิงเลยให้หักขาหมอนั่นข้างหนึ่งซะเลย” หวู่เหวินโป๋อธิบายเรื่องราวออกมา
“เห…”
พอได้ยินคำอธิบายของหวู่เหวินโป๋ ทุกคนพากันอึ้งตะลึงรวมทั้งจี้หงด้วย
หวู่เหวินโป๋บอกว่าพี่เฟิงให้หักขาหมอนั่นข้างหนึ่งเลย เท่ากับว่าเรื่องนี้เฉินเฟิงสั่งงั้นหรอ?
เฉินเฟิงเป็นใครกันแน่เนี่ย? ทำไมเขาแกร่งขนาดนี้?
ตอนนี้พวกจี้หงสงสัยในฐานะของเฉินเฟิงไปตามๆกัน
“อาจารย์ พวกเรา คืนนี้พวกเราต้องพยายามเข้านะ อย่าให้พวกกาวลี่มันหยามเอาได้!”
ในตอนที่พวกจี้หงมองเฉินเฟิงอย่างอึ้งตะลึง หวู่เหวินโป๋นึกถึงคำพูดสุดท้ายของหลี่ตงชิง ก็อดพูดเตือนออกมาไม่ได้
“คืนนี้พวกเราได้เปรียบทั้งเวลา สถานที่ คน เราต้องชนะแน่!”
“ใช่ คืนนี้ให้พวกกาวลี่ (คนประเท