มองหลินหวั่นชีวที่อยู่ด้านข้าง และพูดว่า “หวั่นชีว จี๋เต้าเจินเจี่ยที่ชิงตี้เก็บไว้ให้เธอเล่มนั้น เธอคิดที่จะจัดการยังไง?”
“ท่านปู่โจว จี๋เต้าเจินเจี่ย…ฉันคิดว่าจะยกให้กับพี่เฉินเฟิง” หลินหวั่นชีวมองดูโจวโพ่คอง แล้วพูดขึ้น เมื่อคืนโจวโพ่คองเล่าเรื่องเกี่ยวกับ วงการศิลปะการต่อสู้ให้เธอฟังอยู่บ้าง ดังนั้นเธอจึงรู้ดีว่าจี๋เต้าเจินเจี่ย มีความสำคัญอย่างไรต่อจอมยุทธ์
สามารถพูดได้ว่า หากเขาประกาศขายประมูลจี๋เต้าเจินเจี่ยในตอนนี้ จอมยุทธ์ในวงการศิลปะการต่อสู้ทั่วโลก ล้วนต่างก็จะมาหวาเซี่ย เพื่อแย่งชิงจี๋เต้าเจินเจี่ยกันอย่างหัวร้างข้างแตก
ถึงตอนนั้น อย่างน้อยจี๋เต้าเจินเจี่ย จะสามารถประมูลขายได้ถึงสามร้อยพันหลายหยวน
ได้ยินคำพูดของหลินหวั่นชีว โจวโพ่คองค่อนข้างเศร้าเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่า จี๋เต้าเจินเจี่ยสำคัญขนาดนี้ หลินหวั่นชีวกลับบอกว่าให้ก็ให้ไปเสียเฉยๆ…
“หวั่นชีว จี๋เต้าเจินเจี่ยคุณเก็บไว้เองเถอะ” เวลานี้ เฉินเฟิงหัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “ผมไม่ต้องการสิ่งนั้น”
“พี่เฉินเฟิง…” หลินหวั่นชีวค่อนข้างแปลกใจ ไหนบอกว่าจี๋เต้าเจินเจี่ย สำคัญและมีค่าที่สุดสำหรับจอมยุทธ์ไม่ใช่หรือ ทำไมเฉินเฟิงถึงไม่รับ?
“หวั่นชีว ผมรู้ว่าในใจคุณคิดอะไรอยู่ จี๋เต้าเจินเจี่ยสำคัญและมีค่ามาก มันสามารถทำให้จอมยุทธ์หั้วจิ้งชั้นสูงสุด ไปถึงขึ้นปรมาจารย์ได้มากกว่าสามถึงสี่เท่า แต่ตอนนี้ผมเป็นแค่หั้วจิ้งชั้นต้น กว่าจะไปถ