ึงหั้วจิ้งชั้นสูงสุด ไม่รู้ว่ายังต้องอีกนานแค่ไหน”
“อีกอย่าง ต่อให้ผมฝึกไปถึงขั้นหั้วจิ้งชั้นสูงสุด ผมก็จะไม่ใช้จี๋เต้าเจินเจี่ย เพราะผมมีทางเดินของผมเอง” น้ำเสียงของเฉินเฟิงเรียบสงบ เขาจะไม่ใช้จี๋เต้าเจินเจี่ย เพื่อไปถึงปรมาจารย์จริง
เพราะเขามีความเชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถไปถึงแดนปรมาจารย์ ได้ด้วยตัวเอง
อีกอย่าง หากเขาใช้จี๋เต้าเจินเจี่ยของหลินชีงตี้ งั้นเส้นทางไปถึงปรมาจารย์ของเขา จะกลายเป็นเส้นทางของหลินชีงตี้ หรือว่าเส้นทางของตัวเขาเอง?
“ฮ่าๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นจี๋เต้าเจินเจี่ยนี่ เธอก็เก็บไว้เองเถอะหวั่นชีว” โจวโพ่คอง หัวเราะขึ้นมาอย่างเสียงดัง คำพูดพวกนี้ของเฉินเฟิง ทำให้เขาก็แปลกใจอย่างมาก นอกจากแปลกใจแล้ว ก็ยังค่อนข้างภาคภูมิใจ ภูมิใจที่เฉินเฟิงยืนหยัดในบูโด มีความเชื่อมั่นในตนเอง
ในยุคปัจจุบันนี้ มีไม่กี่คนที่สามารถต้านทานต่อการล่อลวงที่จะบรรลุไปถึงขั้นปรมาจารย์
จี๋เต้าเจินเจี่ยของหลินหวั่นชีวเล่มนี้ หากเอาออกไป ไม่รู้ว่าหั้วจิ้งชั้นสุดของปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ จะแย่งชิงจี๋เต้าเจินเจี่ยจนหัวร้างข้างแตกกันมากมายขนาดไหน สำหรับหั้วจิ้งชั้นสุดของปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ จี๋เต้าเจินเจี่ย ก็คือเส้นทางเดียวที่จะสามารถไปถึงปรมาจารย์บูโด
แต่สำหรับเฉินเฟิง กลับแลกมาเพียงคำว่า ไม่ต้องการอย่างแผ่วเบา
ไม่รู้ว่าหั้วจิ้งชั้นสุดของปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้พวกนั้น ได้ยินคำพูดของเฉินเฟิงแ