า!”
เมื่อเทียนจ้าวเจินเหย่ได้ยิน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ให้ชี้แนะทันที จากนั้นเขาก็โบกมือให้นักบินที่ขับเฮลิคอปเตอร์ทหารอยู่กลางอากาศ
เมื่อนักบินคนนั้นเห็น ก็ขับเฮลิคอปเตอร์ทหารออกไป ส่วนเทียนจ้าวเจินเหย่และคนอื่น ๆ ไปที่สำนักใหญ่นินจาด้วยรถที่เตรียมไว้แล้ว
ในเวลาเดียวกัน
ณ บนเนินเขาหลังสำนักใหญ่นินจา เฉินเฟิงนั่งยอง ๆอยู่ข้างต้นไม้รออย่างอดทนราวกับนักล่ากำลังล่าสัตว์
เขามองว่าเทียนจ้าวเจินเหย่และคนอื่นๆเป็นสัตว์ อยากจะนั่งรอให้เขามาตายถึงที่
เขาวางแผนซ้อนแผน เตรียมหนามยอกเอาหนามบ่ง!
ดึกแล้ว สายลมยามค่ำคืนพัดมา พัดเกล็ดหิมะลงมาจากต้นไม้ เกล็ดหิมะปลิวไสวไปตามสายลม โรยราลงในป่า
เฉินเฟิงหมอบอยู่ข้างๆต้นไม้ใหญ่ จับตามองทางเข้าสำนักใหญ่นินจา และรออย่างเงียบๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ขณะที่เฉินเฟิงจับตาดูอยู่นั้น มีรถยนต์หลายคันปรากฏขึ้นและขับไปยังทางเข้าสำนักใหญ่นินจา ไฟสว่างสะท้อนอยู่บนถนน
“ในที่สุดก็มาแล้ว!”
เมื่อเห็นฉากนี้ เฉินเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อรู้ว่าตัวเองคิดถูกแล้ว
ก่อนที่เขาจะนองเลือดสำนักใหญ่ขวัญนินจา ก็คิดว่าสำนักใหญ่ขวัญนินจาจะกระจายเรื่องออกไป และจะต้องกระจายไปถึงกงปุ่นป้านฉางนั่นอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ คนของสำนักนินจาจะต้องไม่นั่งรอความตายแน่นอน แต่จะออกจากที่สำนักใหญ่นินจาเป็นอันดับแรก และกงปุ่นป้านฉางเป็นไปได้ว่าจะรีบไปฆ่าเขาที่ฮอกไกโดเป็นสิ่งแรก
หลังจากตัดสินได้เ