เขารู้สึกว่าเฉินห้าวเทียนเป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบที่ทอดทิ้งภรรยาและลูกชายของเขา
แต่ซูจ้าวชิงบอกว่าเฉินห้าวเทียนเป็นผู้ชายที่ไม่ย่อท้อที่สุดในโลก
เฉินเฟิงส่ายหัว เขาไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตอีกต่อไป งานเร่งด่วนที่สุดคือการหาวิธีที่จะทำให้หลินหวั่นชีวปลอดภัย
“ฉันจะพาเธอกลับก่อนเถอะ” เฉินเฟิงพูด
“กลับ? จะกลับที่ไหน?” หลินหวั่นชีวผงะ
“หวาเซี่ย ไม่นานจะมีคนมารับเธอ” เฉินเฟิงบอกว่าก่อนที่จะมาญี่ปุ่นเขาได้ติดต่อกับสือโพ่จุนในญี่ปุ่นผ่านทางสหพันธ์สงคราม เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเขาได้แจ้งแผนกอ้านเสินอิ่น ในไม่ช้าคนของแผนกอ้านเสินอิ่นจะเข้ามารับ หลินหวั่นชีวและส่งLไปที่สหพันธ์สงคราม
“นายล่ะ พี่เฉินเฟิง พี่จะไม่กลับกับฉันเหรอ?” หลินหวั่นชีวถามโดยไม่รู้ตัว
เฉินเฟิงส่ายหัว “ตอนนี้ฉันยังกลับไม่ได้”
“ทำไม?”
“ฉันมีเรื่องที่ต้องจัดการ ฉันกลับไปไม่ได้จนกว่าฉันจะจัดการเรื่องในมือให้เสร็จ” เฉินเฟิงพูด ตอนนี้เขาไม่สามารถไปกับLได้อยู่แล้ว เขาเพิ่งฆ่านินจาจำนวนมากเป็นไปไม่ได้ที่ญี่ปุ่นจะปล่อยให้เขาออกไปจากประเทศอย่างผยอง
อีกอย่างหลินหวั่นชีวมีตัวตนในฐานะทายาทปรมาจารย์บวกกับความกดดันของสหพันธ์สงครามจากสมาคมบูโดที่ ตราบใดที่หลินหวั่นชีวถูกส่งไปที่สหพันธ์สงคราม ญี่ปุ่นก็จะปล่อยหลินหวั่นชีวกลับไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“พี่เฉินเฟิง ถ้าพี่อยู่ที่ญี่ปุ่นฉันกลัวว่ามันจะอันตรายมาก…” หลินหวั่นชีวกังวลเล็กน้อยแม