เงียบอย่างรู้ตัว ไม่หาเรื่องใส่ตัวอีก คนอื่นก็ยิ่งหุบปากเงียบสนิท
แล้วก็ในตอนนี้ มือถือของซงเสี้ยจื้อจิ่วก็ดังขึ้น เสียงเรียกเข้าดังอยู่ภายใต้ค่ำคืนที่เงียบสงบนี้ฟังแล้วก็แสบหูอย่างมาก
เสียงเรียกเข้าที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้ซงเสี้ยจื้อจิ่วสั่นไปทั้งตัว และสายตาของพวกจวั่นฉีโย่เอ้อ ต่างก็มองมาหาเขาพร้อมกัน
หลังจากนั้น ภายใต้การจ้องมองของพวกจวั่นฉีโย่เอ้อ ซงเสี้ยจื้อจิ่วหยิบมือถือออกมาด้วยสีหน้าย่ำแย่ หลังจากที่เห็นสายเรียกเข้าที่ปรากฏบนโทรศัพท์คือกงปุ่นป้านฉาง สีหน้าก็ยิ่งย่ำแย่กว่าเดิม
“ท่าน…”
หลายนาทีผ่านไป ซงเสี้ยจื้อจิ่วยังคงรับโทรศัพท์ สีหน้าเต็มไปด้วยความตำหนิอย่างไม่เป็นสุข เขาไม่รู้จะรายงานกงปุ่นป้านฉางยังไง
“ผมเพิ่งได้รับข่าว โสงเหย่ถูกฆ่าตายทั้งบ้านแล้ว เหตุนี้น่าจะเป็นฝีมือของเฉินเฟิง เขาน่าจะรู้เรื่องแผนการของพวกเราจากโสงเหย่ คืนนี้จะต้องไปหาพวกคุณที่นั่นแน่ พวกคุณเตรียมรับมือด้วย” ปลายสายโทรศัพท์ กงปุ่นป้านฉางพูดขึ้นด้วยเสียงเคร่งขรึม
“ท่าน เขามาแล้ว” ซงเสี้ยจื้อจิ่วพูดขึ้นด้วยเสียงขมขื่น
“อะ… อะไรนะ? เขาไปแล้ว?”
เสียงคำพูดของซงเสี้ยจื้อจิ่วดังขึ้น กงปุ่นป้านฉางตกตะลึง รีบถามขึ้นว่า “ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง? พวกคุณจัดการเขาแล้วหรือยัง?”
“เปล่า เขาฆ่าเชียนเย่จี๋เจิ้งกับจายเถิงเหย่สุง ปรมาจารย์ทั้งสองท่านตายแล้ว ตัวประกันก็ช่วยเหลือไปแล้ว…”
“นี่… เป็นไปได้ยังไง?”
ครั้งนี้