เฟยพูดมานั้น เฉินเฟิงสามารถวิเคราะห์ได้ว่า มหาปรมาจารย์หลินที่ฉู่ยี่เฟยพูดถึงคือใคร
หลินชิงตี้!
มหาปรมาจารย์แห่งบูโดเพียงคนเดียวของเมืองจงไห่!
แต่ว่าเฉินเฟิงไม่ได้ยินชื่อของหลินชิงตี้มานานกว่ายี่สิบปีแล้ว คิดไม่ถึง วันนี้ฉู่ยี่เฟยจะพูดขึ้นมา
“อืม จากคำเล่าลือ บอกว่าจี๋เต้าเจินเจี่ยนี้เป็นของมหาปรมารจารย์หลินที่เหลือทิ้งเอาไว้เมื่อสิบแปดก่อน”
“หลังจากทิ้งจี๋เต้าเจินเจี่ยเอาไว้แล้วนั้น ก็ถูกลูกศิษย์ในสำนักแย่งชิง สุดท้าย จี๋เต้าเจินเจี่ยจึงถูกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ในมือของสมาคมการค้าจงไห่ ส่วนอีกส่วนอยู่ในมือของสมาคมการค้าเชียสุ่ย”
ฉู่ยี่เฟยเล่าเรื่องในอดีตของจี๋เต้าเจินเจี่ยออกมาด้วยเสียงเคร่งขรึม
ภายในใจของเฉินเฟิงรู้สึกเย็นวูบขึ้นมา เขาคิดไม่ถึงว่า จี๋เต้าเจินเจี่ยจะมีประวัติแบบนี้ด้วย
“พี่ใหญ่ฉู่ ตอนนี้พวกพี่คิดจะทำยังไงกับจี๋เต้าเจินเจี่ยบทนี้?” เฉินเฟิงเอ่ยถาม จี๋เต้าเจินเจี่ยมีแค่หนึ่งบท แต่ในสมาคมการค้าจงไห่ กลับมีอยู่ถึงสี่ตระกูลใหญ่
ตระกูฉู่ ตระกูลวัง ตระกูลฉินและตระกูลส้ง
ไม่ว่าตระกูลไหนจะเป็นฝ่ายได้จี๋เต้าเจินเจี่ยไป อีกสามตระกูลย่อมไม่พอใจอย่างแน่นอน
เพราะตระกูลที่ได้จี๋เต้าเจินเจี่ยไปครอบครองนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะใช้จี๋เต้าเจินเจี่ยในการสร้างมหาปรมาจารย์แห่งบูโดออกมาหนึ่งคน
มหาปรมาจารย์แห่งบูโดหนึ่งคน สามารถทำลายสถานะของเมืองจงไห่ในตอนนี้
เมื่อสิบแปดปีก่อน ตอน