แต่ว่าฉันไม่ได้พาพวกเขามาด้วย” ฉู่ยี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วไหล ตอนที่เขาออกมาเขาจึงพามาแค่บอดี้การ์ดตระกูลฉู่ไม่กี่คนเท่านั้น หวู่เหวินเชี่ยนฉู่ชีงฉือรวมถึงหูฉี่ซิงและคนอื่นๆก็จะตามมาด้วยแต่ถูกเขาห้ามไว้
หากคนพวกนั้นมาเห็นภาพที่เฉินเฟิงถูกลอบฆ่า ยากที่จะรับประกันว่าพวกเขาจะไม่หวั่นใจ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาเฉินเฟิงก็กลับมาถึงเขตวิลล่าอีกครั้ง
ซึ่งสภาพไม่ได้ดูสะอาดสะอ้านเหมือนก่อนไป เฉินเฟิงตอนกลับมาอยู่ในสภาพเลือดเต็มตัวดูน่าอนาถพอสมควร
“พี่เฉิน ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ฉู่ชีงฉือเดินเข้ามาถามไถ่อย่างเป็นห่วง
หวู่เหวินเชี่ยนก็มาด้วยกันทว่าเธอไม่พูดไม่จา
“ฉันไม่เป็นไร” เฉินเฟิงส่ายหน้าปฏิเสธพลางกวาดสายตามองคนที่มารอแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของทุกคน”
“เหอะ ขอโทษอย่างนั้นหรือ? ตอนนี้มาพูดแบบนี้มีประโยชน์อะไร?!”
หูฉี่ซิงมองเฉินเฟิงด้วยสายตาเย็นชาพลางเอ่ย “ก่อนหน้านี้ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าอย่าไป ให้ฝึกวิชาอยู่ในวิลล่า?”
เฉินเฟิงขมวดคิ้วมุ่นทว่าไม่ได้ตอบโต้ ก่อนหน้านี้หูฉี่ซิงพูดแบบนั้นจริงๆทว่าตอนนั้นเขาไม่คิดว่าหวางหงอี้จะทำร้ายเขา แต่เพื่อความปลอดภัยก่อนทานข้าวเขาเลยส่งข้อความไปหาเจ้าสามหวงให้รีบตามไป
“หูฉี่ซิง คุณมาพูดประชดตอนนี้มันเกิดประโยชน์ไหม? คุณทำไมไม่เป็นห่วงว่าพี่เฉินถูกใครลอบฆ่า?” ฉู่ชีงฉือเอ่ยเสียงเย็น
“เป็นห่วงมันหรือ?” หูฉี่ซ