ภายในถ้ำพำนัก ครั้นเสียงของลวี่หยางจบลง จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าก็ราวกับเริ่มให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มผู้บังอาจเกินคาดเบื้องหน้า พลันหัวเราะเบาๆ ออกมาเสียงหนึ่ง
“เจ้าไม่เลวเลย มีความสนใจอยากเป็นบุตรเขยของข้าหรือไม่?”
ลวี่หยางได้ฟังดังนั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ข้าจำได้ว่าท่านผู้อาวุโสมีบุตรเขยแล้วมิใช่หรือ?”
“การสืบทอดมรดกพันหลงเจินเหรินของซวี่เหอถูกเจ้าช่วงชิงไปแล้ว และสิ่งที่ข้าต้องการคือผู้สืบทอดมรดกของพันหลงเจินเหรินมาเป็นบุตรเขยของข้า ส่วนผู้สืบทอดจะเป็นใคร ข้าไม่ใส่ใจนัก”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ หัวเราะพลางเอ่ยว่า “ข้อเสนอของเจ้าช่างน่าสนใจ เพียงแต่มันก็เปิดเผยจุดแข็งจุดอ่อนของเจ้า ดูท่าเบื้องหลังของเจ้าคงไม่มีเจินเหรินขั้นวางรากฐานคอยหนุนหลังกระมัง อย่างไรเสีย? เพียงเจ้าตกลงเป็นบุตรเขยของข้า เจ้ากับข้าก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อไปข้าก็มิใช่ว่าจะช่วยเหลือเจ้าไม่ได้”
ถ้อยคำยังไม่ทันขาดเสียง ก็เห็นเขาโบกมือกว้างเพียงคราหนึ่ง
ชั่วพริบตาเดียว ฟ้าดินพลันพลิกผัน ลวี่หยางก็พบว่าฉากแวดล้อมรอบกายแปรเปลี่ยนไป เหนือหัวเงยขึ้นคือดวงจันทร์และดาราบนท้องนภา ปรากฏว่าได้มายังยอดเขาปะสานฟ้าแล้ว!
“เชี่ยนเอ๋อร์ ออกมาเถอะ”
ครั้นถ้อยคำจบลง ลวี่หยางก็เห็นแสงอำไพวาบหนึ่ง ในนั้นก้าวออกมาด้วยสตรีรูปงามระหง ร่างกายอ่อนช้อย หน้าผางามเลิศ ตรงหว่างคิ้วแต้มจุดชาด
“ท่านพ่อ มาอีกคนแล้วรึ?”
สตรีผู้นี