่วมบำเพ็ญกับบุตรีของข้า ผลลัพธ์ก็จะยิ่งมหาศาล เรื่องของหงยวิ๋น ข้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้คราหนึ่ง วางใจเถิด มีข้าปิดบังชะตาฟ้าให้ รับรองว่าเหยื่อที่เขาหว่านลงไปครานี้จักไม่อาจเกี่ยวสิ่งใดขึ้นมา!”
“…..เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านผู้อาวุโส”
ลวี่หยางประสานมือคำนับ “ความร่วมมืออันราบรื่น?”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าเผยยิ้มกว้าง “ความร่วมมืออันราบรื่น”
ถ้อยคำจบลง ลวี่หยางก็ถอนจิตออกไปอย่างเด็ดขาด และครั้นเขาลับหาย จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าก็เพียงโบกมือ ส่งอวี้ซู่เจินกลับคืนสู่ถ้ำพำนักของนาง
สำหรับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น นางย่อมไม่รู้อันใดเลย
ความทรงจำทั้งมวลถูกจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าลบเลือนด้วยปลายนิ้ว
จนถึงยามนี้ บุตรีของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้า เฉินซูเชี่ยนจึงค่อยลืมตาขึ้น เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ท่านพ่อ บุรุษผู้นี้ทะเยอทะยานดุจหมาป่า จะร่วมมือกับเขาจริงๆ รึ?”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าก็เก็บรอยยิ้ม หัวเราะเย็น “ทะเยอทะยานดุจหมาป่า? ถูกต้องแล้ว! ศิษย์นิกายศักดิ์สิทธิ์ผู้ใดเล่าจะมิทะเยอทะยานดุจหมาป่า ส่วนเรื่องร่วมมือ… ข้าเพียงเอ่ยปากลอยๆ เพื่อประคับเขาไว้ มิให้แปรเป็นนกกระเรียนแตกตื่นหนีหายไปจากสายตาข้า”
เฉินซูเชี่ยนได้ฟังพลันเอ่ยอย่างสงสัย “เช่นนั้นท่านพ่อมิได้คิดช่วยเหลือเขาหรอกหรือ?”
“มิใช่ ข้าคิดช่วยเขา”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าส่ายศีรษะ “สภาพของหงยวิ๋นในเวลานี้หาใช่ดีนัก ไม่เช่นนั้นก็คงมิจำต้องหย่อนเบ็ดตกโชคชะตาในนิกายศักดิ์สิทธิ์อยู่