บทที่ 82 เจรจากับพยัคฆ์เพื่อเอาหนัง
ไม่เหมือนกับจ้าวซวี่เหอและลู่หยวนฉุน หลัวอู๋หยาไม่ได้เป็นคนมักมากในกาม ตั้งแต่ต้นจนจบเขาเพียงใช้จิตเทวะแอบเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเขาเห็นสตรีที่ในงานเลี้ยงยังคงเย็นเยียบดุจดอกบัวหิมะ บัดนี้กลับเสื้อผ้ารุ่งริ่ง ราวดอกไม้ที่ถูกเหยียบย่ำร่วงโรยอยู่บนแท่นบรรทม บนโฉมหน้างดงามยังคงมีรอยน้ำตา ความแตกต่างอันรุนแรงนั้นก็ยังทำให้เขาอดมิได้ที่จะเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด
“ศิษย์น้องอวี้….”
หลัวอู๋หยาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนโบกมือใหญ่ ส่งแสงเรืองรองห่อคลุมร่างอวี้ซู่เจินไว้ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดระหว่างทั้งสอง
หลัวอู๋หยามองเห็นชัดเจนว่าใบหน้าอวี้ซู่เจินปรากฏร่องรอยผ่อนคลายปนซาบซึ้ง
แต่ไม่นาน สีหน้าของนางก็แปรเป็นความจนใจและหัวเราะขื่น “ไม่คิดว่าจะทำให้ศิษย์พี่ได้เห็นเรื่องน่าขบขัน…ขอเพียงศิษย์พี่อย่าได้นำเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป”
“ศิษย์น้องอวี้กังวลเกินไปแล้ว”
หลัวอู๋หยาเอ่ยถอนหายใจ ตั้งแต่ต้นจนจบเขาล้วนเฝ้ามองอยู่ด้านข้าง แม้ไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่ก็เข้าใจชัดว่าอวี้ซู่เจินเกือบแน่แท้ว่าเป็นฝ่ายถูกลู่หยวนฉุนบีบบังคับ
“เรื่องนี้ข้าจะเก็บไว้เป็นความลับแทนศิษย์น้อง”
“ขอบคุณศิษย์พี่…”
คำกล่าวนั้นยิ่งทำให้โฉมหน้างดงามของอวี้ซู่เจินขมขื่นหนักหนา ดวงเนตรแดงก่ำ น้ำตาคลอรื้น ดุจดอกพลัมต้องสายฝน ทุกอิริยาบถล้วนสื่อว่ามีความเศร้าพรั่งพรูนับพัน