งรู้ว่าจางเทียนเซอจะแพ้ล่ะ?”
ในตอนที่ฉู่ยี่เฟยกำลังปรึกษากลยุทธ์กับอู่หลง หวู่เหวินเชี่ยนทนไม่ไหวถามออกมา เมื่อกี้ตอนจางเทียนเซอประลองกับจายเถิงจวั่นจู้ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะเลย เฉินเฟิงก็บอกออกมาแล้วว่าจางเทียนเซอจะแพ้
ตอนนั้นเธอยังคิดว่าเฉินเฟิงพูดซี้ซั้ว แต่ไม่ถึงหนึ่งวินาทีเธอก็เหมือนโดนตบหน้าเลย
ดังนั้นเธอเลยแปลกใจมากว่า เฉินเฟิงรู้ได้ยังไงว่าจางเทียนเซอจะแพ้ เขาทำนายอนาคตได้งั้นหรอ?
“มองออกน่ะ” เฉินเฟิงตอบผ่านๆ เมื่อกี้เขาไม่ว่างอธิบายกับหวู่เหวินเชี่ยน ต่อให้อธิบายไป หวู่เหวินเชี่ยนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
“มองออกได้ไงน่ะ?” หวู่เหวินเชี่ยนถามต่ออย่างใคร่รู้
“ใช้ตามองไง”
เฉินเฟิงตอบเสียงเรียบ
“นาย…” หวู่เหวินเชี่ยนถลึงตาใส่เฉินเฟิงเหมือนค้อน เบ้ปากบอก: “ไม่พูดก็ตามใจ”
เจ้าหมอนี่ต้องเดาแน่ หวู่เหวินเชี่ยนค่อนแคะเฉินเฟิงในใจต่อ
ไม่นาน เวลาพักผ่อนสิบนาทีก็ผ่านไป
อู่หลงกับอิงจิ่งฟูขึ้นเวทีพร้อมกัน
ตามมาด้วยคำสั่งเริ่มประลองได้ของกรรมการ ทั้งคู่ขยับตัวพร้อมกันบนเวที
อู่หลงก้าวใหญ่เหมือนวัวหนุ่มพุ่งเข้าใส่อิงจิ่งฟู
อิงจิ่งฟูกลับถอยอย่างไม่ลนลาน เขาพยายามรักษาระยะห่างกับอู่หลง
ในเวลาเดียวกันที่รักษาระยะห่าง อิงจิ่งฟูพยายามซัดอาวุธลับในมือใส่อู่หลงไม่หยุด
อู่หลงรูปร่างสูง แต่ก็หลบอาวุธลับส่วนใหญ่ไปได้ ที่หลบไม่ทันก็ใช้ท่อนเหล็กในมือรับไป
เทียบกับคู่จางเทียนเซอและจายเถิงจวั่นจู้แล้ว คู่อู่หลงกับอ