ิงจิ่งฟูไม่ได้สู้กันสวยเท่าไหร่ เรียกได้ว่าน่าเบื่อนิดหน่อยด้วย
อิงจิ่งฟูถนัดอาวุธลับ การต่อสู้ระยะประชิดเรียกได้ว่าอ่อนแอถึงขีดสุด
ส่วนอู่หลงกลับถนัดในการต่อสู้ระยะประชิด เขาอยากเข้าประชิดตัวอิงจิ่งฟู แต่ในด้านความเร็วแล้วเขาก็ด้อยกว่าอิงจิ่งฟูเล็กน้อย
ทำให้เกิดสถานการณ์หนึ่งขึ้น คือเขาตามอิงจิ่งฟูไม่ทัน
ทั้งคู่เล่นเกมส์แมวไล่จับหนูบนเวที ใครก็จับใครไม่ได้
“เฉินเฟิง นายไม่ใช่เก่งมากหรือไง? นายว่ามาสิ อู่หลงกับอิงจิ่งฟูใครจะชนะล่ะ?” หวู่เหวินเชี่ยนอดไม่ไหวถามออกมา
“ไม่มีใครชนะหรอก” เฉินเฟิงพูดเรียบๆ
“ไม่มีใครชนะ? หมายความว่ายังไง?” หวู่เหวินเชี่ยนอึ้ง
“เสมอ” เฉินเฟิงมองหวู่เหวินเชี่ยนเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
สายตาแบบนั้นทำให้หวู่เหวินเชี่ยนรู้สึกว่าตัวเองโดนดูถูกขั้นสุด เธอพูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า: “นายซี้ซั้วแล้ว!”
“ฉันพูดซี้ซั้วหรือเปล่า อีกเดี๋ยวเธอก็จะรู้แล้วล่ะ” เฉินเฟิงยิ้ม ที่เขาพูดแบบนี้ก็ต้องมีเหตุผลของเขา
เหตุผลนี้เนื่องมาจากวิธีการต่อสู้ของอู่หลงกับอิงจิ่งฟู
ระดับพลังทั้งคู่เท่ากัน จำนวนพลังในร่างก็ใกล้เคียงกัน ถ้าอู่หลงสามารถสัมผัสอิงจิ่งฟูได้ อู่หลงชนะแน่
แต่ประเด็นคือ อิงจิ่งฟูไม่ยอมเปิดโอกาสให้อู่หลงเข้าถึงตัวเขาได้เลย
ในเวลาเดียวกัน อาวุธลับของอิงจิ่งฟูไม่สามารถทำร้ายอู่หลงได้เลย พอเป็นแบบนี้ ฝีมือทั้งคู่ก็มาถึงจุดที่ไม่มีใครทำอะไรใครได้
สู้แบบนี้ต่อไป รอจนพลังและแรงหมด ทั้