ึงตรงนี้ หลัวอู๋หยาในใจพลันพลุ่งพล่านด้วยความฮึกเหิมศิษย์พี่ใหญ่ก้าวนำไปก่อน สำเร็จฐานะเจินเหริน ข้าในวันหน้าใช่ว่าจะด้อยไปกว่าศิษย์พี่ใหญ่!
ทันใดนั้นเอง นอกประตูถ้ำก็พลันเกิดเสียงอื้ออึงขึ้นมา ครู่หนึ่งก็มีผู้คนเบิกตากว้างเอ่ยอย่างตื่นตะลึง น้ำเสียงแฝงความชื่นชมว่า “เซียนหญิงซู่เจินก็มาด้วย!”
ชั่วขณะเดียวกัน เงาร่างอรชรหนึ่งก็สาวก้าวเข้ามาภายในถ้ำ
โฉมพักตร์งามวิจิตรอ่อนช้อย ลำตัวอรชรโค้งเว้าได้สัดส่วน ประกอบกับแววตาเย็นเฉียบกับขอบเขตบำเพ็ญขั้นรวมลมปราณชั้นหก ทำให้ผู้มาถึงดูประหนึ่งดอกบัวหิมะแห่งขุนเขาน้ำแข็ง งามหยิ่งผยองจนผู้คนอดมิได้ที่จะครุ่นคิดหากฉีกกลีบหิมะอันเย็นเยือกออก จะเปล่งความเร่าร้อนเพียงใด…
“ช่างเป็นสตรีที่งดงามยิ่งนัก….”
บรรดาผู้คนทั้งหลายพากันทอดมองอวี้ซู่เจิน สายตาเต็มไปด้วยความหลงใหลใฝ่ฝัน
“ไม่เสียทีที่เป็นเซียนหญิงซู่เจิน เพิ่งเข้าร่วมได้ไม่ถึงหนึ่งปี ขอบเขตก็พุ่งทะยาน กำลังจะแตะขอบเขตรวมลมปราณขั้นปลายแล้ว…..”
“ซู่เจินขอคารวะศิษย์พี่หลัว”
อวี้ซู่เจินก้าวย่างอย่างสง่างามมาหยุดตรงหน้าหลัวอู๋หยา ก้มกายเล็กน้อย พฤติกรรมเรียบขรึม ไร้ซึ่งท่วงทีออดอ้อนใด ๆ ทว่าในความสงบเสงี่ยมกลับแฝงเสน่ห์สะกิดใจผู้คนให้คันคะเยอ
“ศิษย์น้องอวี้มีน้ำใจแล้ว”
หลัวอู๋หยายิ้มด้วยความพึงใจ อวี้ซู่เจินมีชื่อเสียงไม่น้อยในยอดเขาปะสานฟ้า อีกทั้งปกติเธอมักเก็บตัว ไม่ค่อยออกงานสังคม ครานี้กลับยอมมา