จึงมีชายวัยกลางคนสวมชุดสูทรองเท้าหนังเดินเข้ามาต้อนรับ
เดินจนมาหยุดอยู่หน้าฉู่ยี่เฟย จากนั้นก็กวาดสายตามองเฉินเฟิงและคนที่เหลือแวบหนึ่งก่อนจะย้ายสายตากลับมาที่ฉู่ยี่เฟยพลางยิ้มเอ่ย “ประธานฉู่ ในที่สุดพวกคุณก็มาถึงสักที”
ฉู่ยี่เฟยพยักหน้ารับน้อยๆ “แล้วพวกวังโฉงหยางล่ะ?”
“ประธานวังพาพวกมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่ออกไปเที่ยวแล้วครับ” ชายวัยกลางคนตอบคำถามฉู่ยี่เฟยและมองหน้าเขาอย่างระมัดระวัง
“ออกไปเที่ยวงั้นหรือ?” ฉู่ยี่เฟยขมวดคิ้วเข้าหากัน การต่อสู้จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว วังโฉงหยางพาคนของมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่ออกไปเที่ยวตอนนี้หมายความว่ายังไง?
“ประธานฉู่ ไม่ใช่ประธานวังอยากไปเที่ยวหรอกครับ แต่ทางมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่มีคุณผู้หญิงคนหนึ่งอยากออกไปเที่ยว ประธานวังไม่รู้จะปฏิเสธยังไงเลยพาพวกเธอออกไป” ราวกับกลัวว่าฉู่ยี่เฟยจะมีปัญหากับวังโฉงหยาง ชายวัยกลางคนจึงรีบอธิบาย
“เอาเถอะ เข้าไปด้านในกันก่อน”
ฉู่ยี่เฟยเอ่ยเสียงต่ำ ไม่ว่าวังโฉงหยางจะพาคนออกไปหรือคนของมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่อยากออกไปเอง ยังไงคนก็ออกไปแล้วมาพูดตอนนี้ก็ไม่มีความหมายอะไร
“ประธานฉู่ ตามผมมาเลยครับ”
ชายวัยกลางคนโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินนำทางไป