ัน ฉันก็ไม่สามารถพาเธอไปเจออาจารย์ของฉันได้” เฉินเฟิงเอ่ยแกมหัวเราะ ฉู่ชีงฉือถือว่ามีพรสวรรค์ที่ดีเลยล่ะ หลายปีมานี้เธอก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆในวงการบันเทิง เธอจึงแทบไม่ได้ฝึกวิชาเลยแต่เธอก็ผ่านมาถึงขั้นหมิงจิ้งชั้นกลางแล้วและดูจากท่าทีแล้วมีโอกาสสูงมากที่เธอจะผ่านเข้าขั้นหมิงจิ้งชั้นสุดในเร็วๆนี้
หมิงจิ้งชั้นสุดก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอัจฉริยะของบางอาณาสำนักเท่าไหร่แล้ว
ทว่าการฝึกวิชานั้นพรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความขยัน
คนที่มีพรสวรรค์แต่ไม่มีความขยัน สุดท้ายก็เป็นได้เพียงคนธรรมดาทั่วไป
“แหะๆ พี่เฉินวางใจได้ ฉันจะขยันแน่นอน” ฉู่ชีงฉือเอ่ยแกมหัวเราะ ความจริงแล้วตอนแรกเธอไม่ได้สนใจเรื่องการฝึกวิชาสักเท่าไหร่ หลายปีมานี้ที่เธอมาถึงขั้นหมิงจิ้งชั้นกลางได้ก็เพื่อเอาไว้รับมือกับที่บ้าน
ทว่าจากการถูกลอบฆ่าครั้งที่ผ่านมาทำให้เธอเปลี่ยนความคิด
การถูกลอบฆ่าครั้งที่ผ่านมาทำให้เธอเข้าใจทฤษฎีที่ว่าความสามารถคืออาวุธประจำกาย
คนที่ไม่มีความสามารถก็เปรียบได้กับจอกแหนที่ไม่มีราก แม้แต่สิทธิ์ในการกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองก็ไม่มี
นอกจากทฤษฎีนี้แล้วยังมีอีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นแรงผลักดันให้เธอในการฝึกวิชานั่นก็คือความงดงามของวงการศิลปะการต่อสู้
และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภายหลังทั้งหมดก็ทำให้เธอเข้าใจว่าความเป็นจริงของโลกใบนี้ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เธอเห็น
โลกใบนี้ยังมีวิชาตัวเบาหรือแม้แต่